K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย View my profile


 

 

 

 

หลังจากที่ได้มีชีวิตเป็นสาวออฟฟิศมานานเดือนเศษๆ จนเหลือ 2 วันสุดท้ายของการฝึกงานตามกำหนดมหาลัย  ก็ได้ไปไซด์งานกะเค้าซักที

จะตะโกนให้โรโลกรู้  ว่า  ว่า  ว่า  ว่า  ว่า  ว่า

 

วันนี้เราไปขึ้นศาลลลลลลล  แร้วววววววววววววววววววววววววววววววววว   

 

...

อ่ะลัลล้า~

ขึ้นศาลจริงๆนะ  ไม่ได้มุขศาลไคฟง ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่อะไรไผ่กอพวกนั้นด้วย  ไปขึ้นศาลปกครองแถวแจ้งวัฒนะมาล่ะ

แน่นอนว่าเราคงไม่ได้ส่งตัวไปทำคดีวายอุกฉกาจรึว่าพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่ถึง15 (เคียวยะถึงแล้ว เพราะงั้นพรากได้!)  จำเลยแบบนั้นเค้าไม่ส่งไปประหารที่ศาลปกครองกันหรอก ครูสังคมตอนมอ3เค้าบอกหนู!

แต่ว่าพี่เอนจีเนียของบริษัท  เค้าจะพาไปดูงาน  ดูการเดโม(คือเอาตัวแอนตี้ไวรัสไปติดตั้งแล้วก็แนะนำวิธีใช้อ่ะจ่ะ) เราก็เลยให้ลักพาตัวไปแบบอารมณ์สมยอม ^w^ ฮี่  คือเดี๋ยวรายงานการฝึกงานเราจะมีแต่คำว่าซับนรกเว็บอยู่เต็มพรืดทุกวันไป

 

ก็ไปกะพี่เจ(ชื่อเล่นของพี่เอนจีเนีย)  แล้วก็นั่งรถของพี่แน้ท(พี่เซลเลอร์ของบริษัท)  ตรงดิ่งไปศาลปกครองด้วยรถ BMW !!  อู้ว  กรู ได้  นั่ง  รถ  บี  เอ็ม  ดับเบิ้ลยู  ด้วย!  เพิ่งรู้ว่ารถ BMW นี่เค้าทำรังมดแดงไว้ภายในตัวเครื่องด้วยล่ะ!  สงสัยรักสัตว์  กลัวชีววิทยาในโลกเสียสมดุล เลยสร้างรังมดแดงเพาะพันธุ์เอาไว้  ของเค้าดีจริงๆ - w -b แหล่มๆ โตขึ้นหนูจะซื้อโตโยต้าแน่นอน!

 

ก็นั่งยานไปจนถึงศาลปกครอง  แหม่  ศาลช่างใหญ่โตสมเป็นศาลปกครอง(ไม่รู้จะเปรียบเทียบกับอะไร)  คือในหน่วยความจำของเราที่ยังเหลืออยู่ส่วนลึกมากๆ  รู้สึกว่ามันไว้พิจารณาคดีของข้าราชการใช่มะ? 

พอเข้าไปถึงป๊ะ  ก็ต้องผ่านด่านยามแลกบัตร  คุณยามก็เลยถามพี่แน้ทว่ามีธุระอะไรครับ  เป็นประโยคคำถามทั่วๆไปของแผนกแลกบัตร

 

ก็บอกว่ามาที่ศูนย์ไอทีค่ะ  แหงล่ะ  มาติดตั้งแอนตี้ไวรัส  จะให้ไปจับกะทะทอดไข่ห่านในโรงอาหารรึไง?

 

ลุงยามก็ทำหน้ามึนค่ะ  บอกว่า 

ที่นี่ศาลปกครองนะ?

 

 

เออว่ะ!  *ตบเข่าฉาด*

 

นั่นดิ!  ที่นี่มีแต่ผู้พิพากษา ทนายความ จำเลย ทหาร ข้าราชการ ตำรวจ แม่บ้าน ผัวแม่บ้าน ลูกติดแม่บ้าน บลาบลา 
จะไปมีคนถือคอมพิวเตอร์เดินกันว่อนรึเปิดร้านขายซีดี ขายMP3 เหรอ?  ที่นี่ไม่ใช่พันธ์ทิพย์นะเมิง?  พี่คะ กลับรถกันเถอะ  ลุงเค้ามีเหตุผลนะ !!

 

เดี๋ยวแม่ชู้ตไข่ห่านแทนลูกบอลเลยหนิ!  นี่กะใจจะไม่คิดว่าศาลมันเจริญขนาดมีคอมพิวเตอร์ใช้รึงายคะ? คือเราจะไปที่แผนกไอทีของศาลอ่ะค่ะ  ยูโนว์? มันเป็นแผนก  มันเป็นสับเซตของอีตึกนี้อ่ะค่า!

ยามก็เลยโนว์ๆ ไปตามน้ำ  ว่าอ๋อ เข้าไปที่แผนกไอที  ก็ไม่รีบบอกกรู  กรูจะไปรู้พวกเมิงมั้ย หอยหลอด! (ท่าตะเป๊ะของลุงสามารถแปลได้ตามนั้นค่ะ จขบ.เก่ง)

 

ก็มีการนัดพวกดีลเลอร์(เหมือนนายหน้าอ่ะ ติดต่อกับศาลนี้) ว่าเจอกันที่ไหน ก็โอเค ไปชั้น4 เจอกันที่ร้านกาแฟแถวนั้น  ก็โอเค น่าจะหาง่ายๆเนาะร้านกาแฟอ่ะ  ก็เข้าตึกของศาลไป  แลกบัตรเป็นบัตรของคนมาติดต่อ  

ขึ้นลิฟต์  ลิฟต์จอด  ออกจากลิฟต์  ผ่าง~

 

 

*คว้าง*

 

...

แม่ง  เหมือนเกมเขาวงกตแบบที่เห็นแต่กำแพงอ่ะอ่ะอ่ะอ่ะอ่ะ!  แต่มันช่วยให้ลดความสับสนด้วยการเพิ่มหน้าต่างและประตูหลอกลวงว่าเคยผ่านมาทางนี้แล้วนะ หลงทีนี่ควายชัดๆ เหมือนกับว่ามันสร้างไว้ให้ผู้ร้ายงงๆไง หาทางออกไม่เจอ  แล้วก็ถูกจับ ลัลล้าในคุกต่อไป

 

ก็เลยเดินหันซ้ายหันขวา  หาร้านที่มันน่าจะมีฮวงจุ้ยเหมือนกะร้านกาแฟ  ก็เดินมองซักพักก็เจอกับร้านที่อยู่ตรงโพรงเพดานอ่ะ  ที่มันจะเป็นรูโหว่ของระเบียง   อะไรแบบนั้น... งงมั้ย?  ช่างเหอะ เอาเป็นว่าเจอ (เลวขิงๆ)

 

ก็เลยได้กินกาแฟคาปูชิโน่  ที่พี่เจเลี้ยง ขอบคุณค่า~  รอซักพัก  พี่ดีลเลอร์ก็มาแล้วก็คุยๆ

 

เป็นอย่างที่คิด  ว่าตอนนั้นเราแต่งชุดนศ.ของมหาลัยไป  ซึ่งชุดของมหาลัยเราจะพาให้คนเข้าใจผิดบ่อยๆว่า

"นี่หนีบเด็กจุฬามาด้วยเหรอ?"

 ... เค้าอยู่บางมดนะ  ตะเอง 

 

** (2ดาวเรย)  คือว่า เข็มพระจอมกับเข็มพระเกี้ยว มันจะคล้ายๆกันค่ะถ้าไม่มองรายละเอียดมัน  ของเราจะเป็นมงกุฎของร.4 ไม่มีหมอนรองเหมือนของจุฬา และเข็มของพระจอมจะติดหน้าอกซ้าย ของจุฬาจะติดหน้าอกขวาค่ะ  เเล้วขนาดของเข็มพระเกี้ยวจะโตกว่าด้วย(มันมีหมอนหนิ เชอะ) ทำให้เด็กพระจอมถูกเข้าใจผิดบ่อยๆว่าเป็นเด็กจุฬาค่ะ TvT เอาเถอะ  ตั้งแต่เรียนที่นี่เราก็ชินแล้วล่ะ  ไม่แก้ข่าวด้วย กร๊ากกกกก อันที่จริงเราก็น่ารักพอๆกับเด็กจุฬานะเลยเข้าใจผิดบ่อยๆ **

 

(...  ทดเวลาไปห้องน้ำคายของเก่า 30วินาทีแล้วมาอ่านต่อได้ค่ะ ถ้าจะอ่านต่อนะ ... )  

 

 

ก็พอคายของเก่า เอ้ย เราก็แก้ข่าวว่าหนูเป็นเด็กพระจอม  พี่เค้าก็บอกว่า  คนที่ประชุมด้วยน่ะมีศาสตราจารย์คนนึงมาจากจุฬาน่ะ นึกว่าเราเป็นศิษย์อะไรเค้างาย  ไม่เห็นยากเรย เดี๋ยวเราติดเข็มที่อกขวาเราก็เป็นได้เเล้ว~ โด่เอ๊ย 

 

แล้วพี่เค้าก็พาเราสามหน่อไปห้องประชุม ฟังบลาบลาๆ ไป ฟังไม่รู้เรื่องล่ะ กร๊าก  โง่  พูดเรื่องอะไรกัน ซีคง ซีเคียวอาร๊าย มองสไลด์ไม่ชัดอ่ะ  ไม่สามารถคิดให้ฉลาดไปได้มากกว่านี้แล้ว  ก็ได้แต่เปิดดูใบปลิวไปๆมาๆ อ่านออกบ้างบางคำ  แต่อ่านไม่ออกทุกหน้า  โถ  กรูช่างมีประโยชน์กะเค้าจริง

 

แล้วนั่งไปร่วมๆ 45นาที  เขื่อนก็ชักจะเริ่มทัดทานไม่ไหว เหมือนกุมภกัณฑ์ที่นอนดิ้นเวลาทดน้ำ (เคยอ่านมะ รามเกียรติ์ไง  ที่หนุมานเป็นพระเอกอ่ะ ) 

 

ก็เลยขอตัวบอกพี่ดีลเลอร์ว่าเดี๋ยวเจอกันข้างนอกนะคะ  เพราะอีกไม่นานก็ประชุมเสร็จแล้ว  เราจะนั่งเป็นเนื้องอกทำไม  เจอกันข้างนอกนะคะ ดาร์ลิ้ง

 

ก็จะไปเปิดประตู(ชั้นนอกอีกทีนะ ต้องออกจากห้องประชุมก่อน แล้วถึงจะเจออีกบาน)  แต่ทีนี้เราลืมไปอย่าง

ว่าประตูเป็นแบบ ติ๊ดบัตร

 

... จะทดน้ำไม่ไหวแล้วนะคะ!  ห่า  จะให้เข้าไปเรียกพี่ว่าพี่ๆ ปวดฉี่อ่ะเปิดประตูให้หน่อยสิเว้ยเฮ้ย  เยี่ยวจะแตกแล้ว!!

คงไม่งามสมเป็นเด็กพระจอมที่โดนเข้าใจว่าเป็นเด็กจุฬา... อา

 

แม่ง  ก็ไม่รู้ทำไง  เดินไปเดินมา  หาปุ่มกดเหมือนที่อื่นเค้าทำ  คือจะมีปุ่มเปิดด้านในใช่มะ  แล้วข้างนอกจะเป็นแบบสแกนบัตร  แต่อีที่นี่มันเป็นศาลค่ะ 

 

 

มันเป็นสแกนทั้งข้างนอกและข้างใน!!

 

แม่งงงงงง  ใครออกแบบวะ!!!  จำเลยมันคงไม่หน้ามืดเดินหาทางออกตรงแผนกไอทีหรอกเมิงคะ  ถ้ามันไม่ลงทุนทุ่มคอมกระแทกหน้าต่างร่วงไปโขกกบาลคนข้างล่างน่ะค่ะ!!! แล้วถ้ามีคนอาการสาหัสกว่าที่เราเป็นอยู่ล่ะ???  เกิดแขกคนนั้นเค้ากลายเป็นแขกตี้ขึ้นมา??? ทนายเค้าไม่รับเรื่องให้นะมึงคะ!!!

 

ก็เหมือนคนที่ใกล้ตาย  เหมือนสึนะใกล้ตายที่กำลังได้รับพลังวองโกเล่ในกรงเม่นของฮิบาริ  ก็พยายามทำทุกอย่างที่ทำให้ประตูมันเปิดไปได้ 

เราใช้ไอ้บัตรผู้ติดต่อ... ทาบไป...  ที่เครื่องสแกน

 

 

*ชิ้ง*

 

 

คิดด้าย...  กรูคิดไปด้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย   *โขกหัวกับด้ามประตู* อับอายสถาบันที่ซู้ดดดดดดดดด 

วิธีต่อมาคือ  ส่งสายตาอ้อนวอนส้วมให้คนภายนอกได้เห็น  จะได้อนาถกับสภาพและยอมมาเปิดประตูให้ .....

 

เสือกไม่มีสิ่งมีชีวิตเดินแถวทางเดินอีก... เวร  แล้วตอนที่กรูว่างๆนี่ทำไมเดินกันเป็นตับห่านวะ หายไปปิดสภาเรอะ?

 

ก็เลยรู้สึกโกรธเกรี้ยวกับกระเพาะปัสสาวะของตัวเอง  มาเกิดถ่ายคล่องซะตอนนี้ -*- สงสัยเป็นเพราะคาปูฟรีแก้วนั้น  ผลกรรมจึงเกิดขึ้นในชาตินี้ 

ก็เลยรู้สึกต๊อแต๊  เดินไปๆมาๆ  แล้วก็พิงตัวเองกับประตูอีกข้าง (ประตูมันมี2ข้างอ่ะ  ข้างนึงติดเครื่องสแกน อีกข้างประตูธรรมดา)  ปกติแล้วประตูที่ไม่ติดเครื่องสแกนมันจะต้องโดนล็อค จริงมั้ย  ไม่งั้นมันจะทำสแกนไข่ห่านทำไมเนาะ? (อย่าเหมือนบริษัทเรานะ  อันนั้นไม่ใช่แค่ไม่ล็อค แค่เปิดอ้าซ่า ให้ยุงมาบินเล่นขำๆ)

 

 

 

 

 

 

มัน  เปิดว่ะ...  แอ๊ด~  ตามน้ำหนักตัวที่พิงไป

 

 

 

 

 

 

 

 

         

 

กูล่ะอยากเห็นคนออกแบบด้านนี้.....  จริงๆนะ!!!!!

 

 

 

 

เอาเป็นว่า  ตอนนี้เราเป็นอิสระแล้วววววว ยูเรก้า!!!  ไปเยี่ยวได้แล้ววววววววววว 

 

ฮ่า สบายตัวสบายใจ แต่แค้นเคืองแค้นเคืองแค้นเคือง  กรูเคือง!  

พอจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็นั่งรอที่เก้าอี้หน้าแผนก  รอพี่ๆเค้าออกมา  แล้วเราก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยคิดไม่เคยฝัน 

 นี่มันเดจาวูเหรอ?

 

เราเห็นอาจารย์  เอ้ย  ศาสตราจารย์จากจุฬาคนนั้นเดินออกมาจากห้องประชุม คงจะปวดฉี่แบบสุขุมนะไม่แสดงออกเหมือนชั้น  เดินมาที่ไอ้ประตูเฮงซวยนั่น ซีเคียวมันดีจริงๆ สมเป็นศาลปกครอง!

 

เค้าก็ทำ...  แบบที่  คนสวยน่ารักไร้สมองและยางอายทำอยู่เมื่อกี๊นี่  แบบช็อตต่อช็อต!!!

 

 

ท่านกำลังเอาบัตรผู้ติดต่อทาบไปกับเครื่องสแกน.... 

 

 

...

 

เราดีใจนะ...  เราดีใจจริงๆค่ะท่าน...  ที่อย่างน้อย....

 

เราก็ทำเหมือนระดับศาสตราจารย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย!!!    ทำเอาเราอยากสลับเข็มซะเดี๋ยวนั้นเลยทีเดียว!! ฮือ

เราก็เลยเหมือนเข้าใจความรู้สึก  เลยเดินไปเปิดประตูอีกฝั่งให้  เปิดยากขิงๆ แหม่  เปิดยากกว่าประตูทดสอบของบ้านคิลัวร์แน่ะ โว๊ะ!!  (ประชดเน้นๆ!!)ท่านก็เลยออกมาได้อย่างสวัสดิภาพ  ดีนะคะ ดีใจด้วยค่ะ  ขอบคุณที่ทำให้เรามีกำลังใจที่จะมีชีวิตและไม่ทำประตูนั้นพังไปก่อน

 

ใครว่างๆ ก็ลองหาเรื่องขึ้นศาลดูนะคะ  อาจได้เจอระบบแปลกๆ ที่ไม่เคยพบเคยเห็น  ที่ไม่คิดไม่ฝันว่าอยากจะพบจะเห็น

 

หลังจากประชุมเสร็จ  ก็คุยกันค่ะว่าตอนบ่ายนี้พี่เจจะลงตัวแอนตี้ไวรัสเดโมกับเครื่องเซิฟเวอร์ให้  และก็สอนพี่ๆที่แผนกลงโปรแกรมส่วนอื่นด้วย  คือว่ามันลงยากน่ะค่ะ  มันเป็นของแท้น่ะ  เรื่องมากนิดนึง  เราก็ไม่เคยลงของแท้มาก่อนก็เลยไม่รู้เรื่องอะไรกะเค้าหรอกนะ  เขินจัง~ ©

 

 

สรุปว่า  ช่วงบ่ายก็จะเหลือพี่เจ  กับ เนื้องอก1ชิ้น  ทิ้งไว้ที่แผนกไอทีของศาลปกครอง

 

เนื้องอกนั่นหมายถึงเราน่ะ  ไม่ต้องอธิบายก็รู้เนาะ

เรากะพี่เจก็ไปกินข้าวที่โรงอาหารของศาล  ไปกินราดหน้า...  ร้านมันบอกว่าเป็นราดหน้า....  โอเค  เรากับพี่เจคิดตรงกันเหมือนนัด  ว่ากินใช้ปลายลิ้น  โคนลิ้น ต่อมน้ำลายยังไง  มันก็เป็นกะเพาะปลา!

 

ราดหน้าไข่ห่านที่มีน้ำจิ้มเปรี้ยว  ในน้ำราดหน้าอุดมไปด้วยหน่อไม้  ไอ้หน่อไม้นี่ก็ไม่รู้ไปเหมามาหมดไร่รึยังนะ  คือเห็นเยอะกว่าเส้นหมี่อีกอ่ะ !  จ๊อตโต้ว  ตอนแรกเรานึกว่าพี่เค้าใส่บะหมี่เหลืองแทนเส้นหมี่ที่เราสั่งไป โถ้วววว  รสชาตินี่ไม่ต้องพูดถึงค่ะ  ความเป็นราดหน้ามันไปโดนความเป็นกะเพาะปลาครอบงำทุกอณูนาโนในชามนั้นไปแล้ว

โอเค  ราดหน้าก็ราดหน้า...  ไปเถียงเค้าเดี๋ยวเค้าจับเรากรอกน้ำประปาแล้วขังไว้ในห้องที่ประตูปิดตาย ให้ปวดฉี่จนทะลักออกจากทวารทั้ง9

 

ก็นั่งกินกะเพา... อ่า  ราดหน้านั้นไป  เราทำใจกินหน่อไม้จนหมดไม่ได้ว่ะ ...  - - "  มันเปรี้ยวชิบ  กลัวกรดมันซึมตามรูขุมขน

 

กินเสร็จก็ขึ้นมารอพี่ให้เข้าไปลงแอนตี้ไวรัสจ้ะ   เข้าไปห้องเซิฟเวอร์ของศาลปกครองเรย  โฮะๆๆๆๆ  หนาวสุดขั้วรากผมเลยล่ะ !!  นี่เอาเพนกวินมาเลี้ยงได้เลยนะคะคู้นนนนนนนน (คอมเยอะก็ต้องทนน่ะ)

พี่เค้าก็ลงๆ  เล่าๆ  อธิบายๆ  ให้พี่ๆที่เป็นพนักงานของฝ่ายไอทีประมาณ 6-7คนฟังอ่ะนะ  แล้วก็เดินไปเครื่องคนนั้นคนนี้  ไปดูๆ เอาโปรแกรมสำหรับไคลเอนท์(เครื่องลูกที่รับข้อมูลจากเซิฟเวอร์จ้า)  มาลงๆๆๆๆ แล้วก็สวดๆๆๆ ไป  แทบทั่วห้องของแผนก

 

แน่นอนว่าจะมีเนื้องอกชิ้นนึง  ตามติดพี่เจตลอดระยะห่างไม่น้อยกว่า 1 เมตร ตามจนจากเนื้องอกจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งแล้ว 

เซลล์มะเร็งก็เริ่มจะกลายเป็น  มะเร็งระยะสุดท้าย

 

จนระยะสุดท้าย  เซลล์มะเร็งก็ได้ทำการกำจัดตัวเอง   แปะเนื้อไว้แถวๆชั้นวางเครื่องปริ๊นเตอร์หมึกหมด หมึกแห้ง หมึกหกเลอะมุ้ง หรือว่ามุ้งเลอะหมึกหมดอะไรก็ว่าไป ก็คือแปะตัวเองไว้แถวๆชั้นวางของที่ต้องเซ้งตัวเองไปไกลๆน่ะ

แล้วก็ให้พี่เจทำงานได้สะดวกๆ  ไม่ต้องรำคาญเนื้องอก TwT 

 

เราก็จะดูด้วยไงว่ามันลงยังไง อย่างไร ทำไม  ที่ไหน อะไรแบบนั้น  แล้วคือพี่ๆเค้ามุงกัน  เราก็ต้องให้คุณลูกค้าดูสินค้าถูกมั้ยคะ?  เนื้องอกจะไปแสล๋นนั่งดูเนื้อดีเข้าทำงานทำไม  คนอื่นที่มีประโยชน์เค้าก็เข้าไม่ถึงซะที  เราก็เลยปลีกออกมาห่างหน่อย แล้วก็เพ่งดูพี่เค้า 

 

สอนไวมากกกกก  แล้วคนอื่นก็เข้าใจเร็วมากกกกกกกกกกกกก  เหมือนขงเบ้งอวตารมาเกิดเป็นวิดวะ!

 

เหมือนคลิกจะเร็วกว่าพูดอีก  เรากำลังจะเอ๊ะๆ เเล้วก็เอ้ยๆ! ช้าๆสิคะ  ใจหนูยังแปลบรรทัดที่3หน้าแรกไม่หมดเลยนะ  นี่พี่ไปหน้าสุดท้ายแล้วเหรอคะ!! จะรีบ Finish ไปหนายยยยย  (คือโง่เอง แล้วยื้อให้คนอื่นช้า)  

 

ก็เริ่มมึน  ตามไม่ทัน  มันไม่ทันจริงๆนะเออ  เร็วปั๊บๆๆๆๆๆ  เราก็พยายามเป็นเนื้องอกที่ดีตามไปดูทุกเครื่อง  แล้วเราก็โง่ทุกเครื่อง(ทำเหมือนกันด้วยนะ  แต่ตามไม่ทันเรย T^T )

แล้วก็รอ  จนพี่เค้าทำงานของเค้าเสร็จ ฮา  พี่เจก็ได้เวลาเอาไอ้เนื้องอกนี่ไปทิ้งที่ออฟฟิศ  เก็บข้าวเก็บของกลับบ้าน 

 

 

 

 

แหม่  เรานี่มันเท่จริงๆ 

 

 

ไซด์งานนี่มันเป็นแบบนี้นี่เอง   ถ้าฝึกงานแบบนี้ก็ต้องไซด์งานสินะ  งืมๆๆๆๆ  มันก็ถือเป็นประสบการณ์นะเออ  ว่าเค้าทำงานกันยังไง  แบบไหน  นอกจากในออฟฟิศแล้วเวลาออกไปเจอลูกค้าต้องทำอะไรบ้าง อะไรแบบนั้น 

 

ทำให้เราก็ได้(อ)คติกลับมาจากการฝึกงานครั้งนี้เลย...

 

 

" ส่วนสำคัญที่สุดของการออกแบบอาคารก่อสร้างชั้นสูง 

 

 

คือประตู...   "  

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านะ....เราจะจำไว้...

ส่วนสำคัญที่สุดของการออกแบบอาคารก่อสร้างชั้นสูง คือประตู


เนี่ยเด๋วเรากำลังจะเรียนปีนี้พอดีเชียว 555+
พี่กั๊มงานนี้เจอไปหลายชุดเลย ท่าทางจะสนุก 55+

#9 By PaNDoRa on 2009-05-23 21:10

ไม่เคยคิดอยากจะไปศาลเลย สถานที่อึมครึมดูน่าเบื่อ sad smile
แต่เพื่อนเด็กนิติ ฝึกงานไปศาลบ่อย ๆ ...ดีที่มันไม่ชวนไปด้วย 55

แต่แหม ไปศาลวันเดียวได้ประสบการณ์ตื่นเต้น (?) กลับมาเพียบ (?) เลยนะ 555

#8 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-05-22 22:15

ตกใจ นึกว่าไปศาลเพราะคดีวายพรากผู้เยาว์ซะอีก sad smile

#7 By Natchan on 2009-05-22 19:36

พี่เคอะ

จะว่ามั้ยถ้า...อ่านไม่จบ

(555)โดนถีบขาคู่ แอ้กก!!

รู้แต่ว่า..

แผลที่โดนประตูหนีบ อมๆเลียๆเดี๋ยวก้ะหาย = =(เค้าทำงี้นะตัวเอง)

#6 By ImaHarI on 2009-05-22 18:43

170ข้อwink

ไม่อ๊าว

เค้าไม่อยากเป็นปรมาจารย์แท็กsad smile

#5 By ดอกแอ้ © on 2009-05-22 15:46

อัพฮาอีกแร้วคุงพี่

ขำประตูนั่นจริงๆ แล้วจะมีที่แสกนไว้ทำด๋อยอารัย

ทำเอาคนงงไปหมด sad smile

#4 By Sebille no Tengoku on 2009-05-22 12:15

อ่านมาเพลินๆเลย

แต่ติดใจตรงเนื้อหาสีม่วงที่ว่ากั๊มน่ารักเหมือนเด็กจุฬาฯ

ล้มโต๊ะ พะยะค่ะquestion

#3 By ดอกแอ้ © on 2009-05-22 09:07

โอย ขำ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆcry
ขำหลายที่มาก บรรยายไม่ถูก
cry
เป็นประสบการณ์ที่น่าสนุกดีนะdouble wink double wink

#2 By :nakare: on 2009-05-21 22:12

ดีที่พาไปดูงาน

ไอ้่เราก็โตะจายหมด อิอิ