K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย View my profile


 

ไม่ได้อัพบล็อคถี่เหมือนผีเข้าตอนจูนไรท์  แล้วรู้สึกตะแง่มๆ
ตอนนี้ดูลิสต์ในFav เราก็เห็นว่ามันลดไปเยอะ มากกกกกกกก

คนเล่นจูนไรท์นี่เยอะจริงๆ ฮา

จะสานเจตนารมณ์ต่อในจูไลไรท์กันมั้ยคะ? (คำตอบ - เรื่องของ....!!)


เราคนนึงล่ะ  สานต่อไม่ไหว  เพราะงั้น...
จะอัพนานๆถี่นะ  กร๊ากกกกก 

 

วันนี้เกิดอาการอยากเอาปัญหาปวดตับเวลาใช้บริการขสมก.มาอัพค่ะ
เป็นบร้าอะไรไม่รู้

เราเป็นคนนึงที่ใช้งานบริการของการขนส่งส่วนรวมเยอะนะ  เพราะ

เออ ไม่มีรถส่วนตัว


ทำไม๊  ผิดตรงไหน?  ห๊าาาาาา


ถึงจะไม่ได้ไปไหนมาไหนจากฝั่งธนยันปลายถนนรังสิต  อาจจะไม่ได้นั่งลิ้มชิมเบาะเปื่อยๆของรถเมล์ทุกสายนะ แต่รวมๆก็  คล้ายๆกันหมดล่ะ(มั้ง)


ระวังนะ  ยาวม๊ากกกกกกก

 

 


1.ปวดตับกับอาการผีบ้าของโชเฟอร์และคู่หู

ถ้านั่งรถเมล์สายเขียวเป็นนิจศีลนะ
โห  แม่งโคตรซิ่งหาบรรพบุรุษมันเลย!!

เหมือนมันจะรวบรวมอาการฟุ้งซ่านอยากถึงที่หมายเร็วๆของผู้โดยสารทุกคนที่ได้ย่างก้าวไปอยู่ในโลกของมัน
มันก็เลยเอาทั้งหมด  มาฟิวชั่น!  รวมเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน  ส่งกระแสจิตสั่งการต่อมประสาทผ่านพวงมาลัยท่วงท่าหักศอก!  และสั่งการกล้ามเนื้อน่องและส้นตีนกระทืบลงครัชกับเร่ง


ผลลัพธ์ออกมาก็คือ


จากรถเมล์ที่ค่อยๆไปตามเส้นทางจราจร  ก็พัฒนาการไปสู่การเคลื่อนแบบยานอวกาศ

วาร์ป


แม่ง รถเมล์เมืองไทยมันวาร์ปได้จริงๆค่ะ!!  ดิชั้นเคยยยยยยยย
ตอนนั้นจะนั่งจากวัดสุทธิ  ไปลงที่มหาลัย  ถ้าโชเฟอร์เค้าอารมณ์ดี  ไม่คึกเป็นวัวบ้ากินหญ้าผสมโคเคนแล้วมันจะถึงมหาลัยอย่างต่ำสุดก็ประมาณ 30 นาที


แต่วาร์ปน่ะเหมือนทะลุห้วงเวลา  เป็นศาสตร์การย่นระยะค่ะ
15 นาที... ก็พอ

อา.... เร็วสราส


มีเหตุการณ์ปวดตับ  จนเราเข้าใจคำว่าใจร่วงถึงตาตุ่มน่ะ  มันรู้สึกยังไง


ตอนนั้นเรานั่งสีเขียวจากมหาลัยจนถึงแถวๆบ้านใหม่ค่ะ  จะเป็นถนน4เลน แบ่ง2กับ2คือสวนทางกับทางเดียวกัน(นึกออกนะจ๊ะ) ก่อนหน้านี้คือมันขับผู้ดีมากนะคะ  นิ่มเชียว
พอเลยสี่แยกถนนตก....
 
มันเกิดคิดถึงพ่อมันค่ะ  ห่าน
มันขับเลนของมันไม่พอใจ  ก็เริ่มระรานเลนข้างเคียง  ซึ่งเด็ก6เดือนอึติดตูดมันก็รู้ค่ะว่ามันอันตรายชิบหอย  


มึงกำลังขับปะทะรถที่วิ่งสวนมา!

อันนี้มันคงตั้งใจพิสูจน์ทฤษฎีว่ะ  ความรู้กลศาสตร์ฟิสิกส์ที่คืนอาจารย์จนเหลือแค่นี้  ความเร็วที่สวนทาง  จะเกิดความเร็วลัพธ์ Vรวม = V1 + V2 


อย่างนั้นเลย  โห แบบตอนนั้นสติเรายังครบถ้วนตลอดตลอดตลอดตลอด  โอย มึงงงงงงง ข้างหน้าๆๆๆๆ รถ8บาทสาย163กำลังวิ่งม๊าาาาาาา  ความเร็วคาดเดาไม่ต่ำกว่า 60 km/hr !!!
ของรถคันนี้ไม่ต่ำกว่า 90 km/hr (มันคงคิดถึงแม่ด้วยแล้วล่ะ.... )

รวมกัน 60 + 90 = 150 km/hr (เร็วขนาดนี้เมียคงออกลูกคามือหมออยู่)

ปะทะกันนี่  คงเหลือแต่ล้ออะไหล่ไว้ดูต่างหน้าค่ะ...


ตอนนั้นแบบความทรงจำมันไหลมาเหมือนโดนเคียวยมฑูตของกะเทยแดงเลยอ่ะ  พ่อ แม่ ลูก(??) เพื่อน ทุกคน คุณฮิ โกคุ ....

 


อีก 5 เซนติเมตร
จะเกิดอุบัติเหตุครั้งยิ่งใหญ่ในย่านเจริญกรุง  90  เด็กสาวมจธ. ตกใจตับแตกตายคาเบาะหลังคนขับ...


และ 3 เซนติเมตร  วินาทีวิกฤติ
และ 2.5 เซนติเมตร  เกิดผีผลัก!
...พวงมาลัย  กลับเข้าสู่วงจรลู่วิ่งที่ควรจะอยู่

กูกลัวนะ!  ห่านเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  คิดถึงพ่อก็ไม่ต้องรีบ!  พ่อแกไม่ใช่พ่อฉัน ไม่ต้องพาไปหา กูไม่ต้องการ!!!


ผีบ้าของโชเฟอร์ผ่านไป


มาดูอีกเคสค่ะ  ผีบ้าของกระเป๋า...

แม่งน่ากลัวโคตร
ตอนนั้นนั่งอิสีเขียวอีกแล้ว!  ไม่เข็ดหรอก - -" มันช่วยไม่ด้าย  มันรีบง่า

การนั่งสีเขียวมีประโยชน์ตอนชั่วโมงเร่งด่วนมากๆๆๆๆๆๆโอนลี่  หากยังชิวและไม่ห่วงกาลเวลา  ก็นั่งรถใหญ่เถอะ  อย่างน้อยก็ได้อ่านโฆษณาน้องปอยขายมือถือบนรถนะ 555


นั่งจนถึงแถวๆ ถนนตกค่ะ
แล้วมันก็รวมๆกับอาการผีบ้าของโชเฟอร์  ที่มันก็คงคิดถึงพ่ออีกแล้ว  กตัญญูแท้... วันนึงมันไปกลับหาพ่อกี่เที่ยวแล้วไม่รู้

เลยไปชนท้ายกับสีเขียวสาย1เข้า

เวร 


ก็นะ  รอกระเป๋าไปคุยกับกระเป๋าของสาย1  ไม่ได้รีบ  ไม่ได้อยากไปช่วยไกล่เกลี่ย  ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว รอได้ หนูรอด้าย


หนูรอได้จริงๆ....

รอได้นะ....


แล้วทำไม.....


ทำไม๊!!!!

 


ทำไมพี่ต้องชักมีดสปาต้าไปคุยด้วยล่ะวะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!


อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เจไดถอยห่าง  ผู้พิทักษ์มีเกร็ง  เมื่อเห็นมันเสกกระบอกเก็บตังผู้โดยสารเป็นมีด สปา  ต้าาาาาาาาาาาาาา

โว้ยยยยย

กูบอกว่า

 


กูรอได้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 


แล้วมันก็เอาอิมีดนั่นชี้หน้ากระเป๋าสาย1ค่ะ!!  โอย  อิฝั่งนั้นก็ยังกล้าต่อปากต่อคำไม่ยี่หระว่ะ!
ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา  ไม่เห็นสปาต้าไม่เห็นเลือดนอง...

อา 

เลือดไม่นองค่ะวันนั้น  เราไม่เห็น ไม่รับรู้  เราเผ่นตั้งแต่มันเสกกระบอกเก็บตังเป็นมีดแล้ว...
อืม  เราก็คงคิดถึงพ่อแม่เหมือนกัน  เลยรีบไป  ชักรอไม่ได้...   

 


2. ปวดตับกับอาการ ซากเต่าเน่าตาย7ชั่วโคตร
เอิ่ม  อาการนี้จะเป็นกับผู้โดยสารด้วยกันค่ะ  อารมณ์ว่า

คงเป็นพรีเซนเตอร์  น้ำยาดับกลิ่นจั๊กแร้หมดอายุ

รึไม่ก็ใต้วงแขนเกิดอาการบูดเน่าภายในจากเหงื่อไคลใดๆก็ว่าไป
โห

ยิ่งชั่วโมงเร่งด่วน  แต่ว่าตอนเช้าก่อนไปเรียนไปทำงานนี่ยังไม่ว่าหรอกค่ะ  เพราะมันเพิ่งออกจากบ้านใช่ัม้ยคะ อ่า มันยังหอมอยู่  เพิ่งแบบปะแป้งแปะน้ำอบ บลาบลา ตอแหลกลิ่นตัวอะไรก็ว่าไป
แต่ตอนขากลับ... มันหมดฤทธิ์ว่ะค่ะ 

และรวมกันผู้ที่มั่นใจ!  ไม่ทา อะ ไร เลยยยยยยยยย เเละคงมีแต่คนเกรงใจค่ะ  ไม่กล้าบอก  ว่ามัน(เหม็น)เปรี้ยวแค่ไหน

ชั่วโมงเร่งด่วน  รถแน่น แลัวไง  ที่นั่งเต็มสิ  แล้วไง  ก็ยืนไง  ใช่!!!  ยืนนนนนน ยืนแล้วไง  แล้วงายยยย

ก็จะอวดวงแขนขนจั๊กแร้แพลมๆ เอื้อมฟ้าไปจับราวสูงๆ


...

ไม่ได้โม้ค่ะ  เราเจอมากะตัว
มัน.....  จะตายเอาค่ะ  ตอนนั้นไม่รู้สึกตัวมาก่อน  อธิบายเดี๋ยวจะหาว่าเว่อ  เอาเป็นว่ามันเหม็นมากค่ะ

ประมาณว่าขมคอ... เราต้องหันไปอีกทางแล้วหายใจออก"ฟืด"แรงมากๆ  จนคนข้างๆเรายังผวาในพฤติกรรมเรา  ว่าอินี่แม่งเป็นไรวะจมูกบานพ่นลมพรืดออกมา
ทรมานมากกกกกกกกกกกกกก

ต้องงัดไม้ตายสุดท้าย  คือขยี้จมูกแล้วมองด้วยหางตาเค้าคนนั้นค่ะ

ตามบทแล้วก็น่าจะเข้าใจความหมายหน่อยนะ SOS น่ะ  " ฉัน  เหม็น  มาก หุบ แขน หน่อย ค่ะ"


แต่มันผิดสคริปต์อ่ะ  นอกบท

มันคงอ่านเป็น  " คัด จมูก บ้าง มั้ย ฝุ่น เยอะ เนาะ "


มันก็เหมือนจะส่ายหน้ายิ้ม ....

ขอบใจ  ที่ไม่เข้าใจกูนะ....


.... อยากอัดกลิ่นมันส่งไปกลาโหมทำระเบิดสลายม็อบมากค่ะ

 


3.ปวดตับอาการน้ำใจในกรุง

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อันนี้เจอปวดตับมาทั้งเป็นผู้มอบน้ำใจและผู้หาน้ำใจเลยค่ะ

ขอเริ่มที่หาน้ำใจก่อน

แบบว่าเราเรียนสาขาวิชาที่มันต้องใช้โน็ตบุคมาทำงานทำการบ้านห่าเหวค่ะ
ก็เลยต้องแบกมันมาเป็นภาระชีวิต   ภาระแห่งชีวิตร่วมๆแล้วก็ประมาณ 4 กิโลกว่าๆ (บวกหนังสือด้วย)

เกือบเท่าข้าวสารกระสอบนึง

ทุกๆวันก็จะแบกข้าวสาร เอ้ย โน้ตบุคขึ้นรถเมล์ค่ะ  และเวลาขึ้นรถฟรีจากภาษีประชาชนแล้ว
คนก็จะเต็ม เยอะ และบุคคลในข้อสอง(ฮา)

เราก็เดินตุ้ยนุ้ยถือกระเป๋าเขกหัวเข่าคนโน้นคนนี้ (ขอโทษค่าาาา)  แล้วก็เดินหาที่จับตรงพนักเก้าอี้

เราก็แอบทำเป็นกระเป๋ามันหนักมากกกกก  ช่วยหนูล่วย
แบบเดินหิ้วแล้วขยับ  เด้งมันบ่อยๆ  เปลี่ยนมือบ่อยๆอ่ะ ฮา คือเมื่อยนะ มันหนักอ่ะ อะไรแบบนั้น (ดูเลวเนาะ)  

แล้วเจ๊ที่นั่งตรงกับเรา  ก็หันมามองค่ะ  ชายตามอง  เราก็ แล่วๆๆๆ คนมีน้ามจายยยย มองแบบนี้ต้องมีประโยคคำถามนี้แน่
"น้องคะ ช่วยถือกระเป๋ามั้ยคะ?"

กรี๊ด  กำลังจะเตรียมคำว่า"ขอบคุณค่ะ"ที่เสียงไพเราะที่สุดไว้ให้  แล้วก็ดูพี่ก็ไม่มีอะไรวางบนตักนะ  อืม  ไม่เกะกะพี่เค้าด้วย  ไม่งั้นก็เกรงใจ


เค้าก็มองเรา

 

แล้วก็

 

 

 

 


หันไปมองวิว.... นอกหน้าต่าง

 


...

 

ค่ะ... 

ไม่เป็นไร  ถือได้  ถือไหว  มีมือถือ  ก็ถือไปสิ  ไม่ไหวก็วางบนพื้นสิคะ  ไม่เห็นต้องมาเขย่าๆขอความช่วยเหลือ  มองวิวไปเถอะ สบายตากว่ามองเราเย้อ


ซักพักพี่คนข้างหน้าเจ๊คนนั้นก็เห็นพอดีค่ะ  ก็เลยช่วยถือ  คำพูดไพเราะที่สุดในชีวิตส่งให้พี่คนนั้นค่ะ


มาที่มอบน้ำใจ
เราก็เข้าใจนะ  ว่าขึ้นรถเมล์แล้วถือของในมือ  มันทุลักทุเลแค่ไหนอ่ะ

ก็เลยจะช่วยจ้ะ  มาๆ เอามาให้เราถือ มาๆจะได้สบายขึ้น

ตอนนั้นนั่งแถวหลังสุด  กลางๆเบาะ  ก็จะมีโอกาสได้แสดงน้ำใจมากกว่าคนที่นั่งติดหน้าต่างใช่มั้ยคะ
ก็มีเจ๊คนนึงถือกระเป๋า2ใบ  ท่าทางยุ่งๆ อีกมือก็ถือโทรศัพท์  เราก็คอยจับข้อมือเค้านะ เห็นว่าเสียหลักตอนรถออกตัว

เจ๊ก็เห็น แล้วก็คุยโทรศัพท์ต่อ

 

อ่ะ  ไม่เป็นไร  เค้าธุระ ไม่สะดวกพูด

 

จนเค้าคุยเสร็จ  ก็เหมือนอารมณ์เน่ามาจากปลายสาย  แล้วเราคงเข้าไปผิดจังหวะ  ไปมอบน้ำใจผิดเทค

"ช่วยถือนะคะ"  แล้วก็แตะๆไปที่กระเป๋าเค้า

 


บทที่เราได้รับ  ก็คือ! 

 

 

 

"ไม่ต้อง!!!"


และท่วงท่าแววตาน้ำเสียง  ชัดเลยค่ะ  เหมือนเป้ยปานวาดตอนเล่นเรื่องอะไรวะ นางฟ้าๆ  แต่สวยไม่เทียบเท่า


"(กู)ขอโทษค่ะ"
เราเหวอว่ะ  เป็นใครก็เหวอล่ะ  ไรวะ  คือจะช่วยถือ  ไม่ได้จะปล้น!  หอยหลอด


ถึงจะผิดจังหวะยังไง มันก็ไม่น่าเล่นบทบาทเรียกร้องรางวัลนักเเสดงยอดเยี่ยมค่ะ  คนมอบมันเสียความรู้สึก
งั้นเจ๊ก็คุยธุระเจ๊ไปเหอะ  กลิ้งไปกองหน้ารถจะฮาให้  งอล

 


4. ปวดตับ กริ่งไม่กริ๊งงงงงง

อันนี้ไม่เท่าไหร่  น้อยค่ะ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าน้อยจนนานๆเจอ  เราสิ  ทำไมเจอถี่วะ

ตอนนั้นนั่งจะไปลงหลังมหาลัย  ก็เดินกดกริ่งตรงประมาณครึ่งรถค่ะ  มีกริ่งย่อยๆแปะๆตามตัวรถ  ใช่มั้ยเอ่ย?

ก็กด


... เงียบ ...


เราก็เอ้ยๆๆๆๆ เดี๋ยว!


เกือบถึงแล้ว! 


เดินเกาะๆไป  จะกดอีกอัน ถัดมาอีก 2 หน้าต่าง


... เงียบ ....


เอ้ย!  เลยป้ายๆๆๆ  ว้ากกกก  ป้ายนึงแล้วววว โอ๊ยยยย ห่านเอ๊ยยยยยยยยย


อันนี้ล่ะ ดังแน่แก๊!!!!  ตรงประตูแล้ว ตรงประตู๊!!!! 


โชะ !

 

... ..........


กว่าโชเฟอร์จะรู้ตัวว่ามีคน"อยาก"จะลง  ก็เลยมา 4 ป้ายแล้ว 
เกือบเลยสวนธน  หอยหลอดมากกกกก  เดินลากสังขารกลับมหาลัย  ไปสายอีก

ฮึ่ย! 

ไอ้ปุ่มตรงประตูใช่ว่าแม่งดังนะ  มันจอดเพราะเราแหกปากค่ะ

 

นั่นสิ... ทำไมเราไม่ตะโกนแต่แรกเนาะ  บ้าจริง  โง่ขิงๆ
กดกริ่งเค้าอยากให้ออกกำลังกาย  แบบเลยซักป้าย2ป้ายอะไรแบบนั้น  ตามนโยบายของสามสอเสือ(สสส.)

 

 

5. ปวดตับมากกกก  โบกแล้วชิ่ง

อันนี้เชื่อว่าปวดไตกันหลายคนเลยทีเดียว
โบกแล้วชิ่ง

แบบว่าโชเฟอร์มองเห็นผู้อยากจะโดยสารไกลมากกกกกก  โบกระยะประชิดแล้วมันไม่เห็นว่ะ

มันก็ไม่ประชิดขนาดจะจูบกันชนมันนะเว้ย
คือโบกแล้วต้องเห็นสิ!  ถ้าไม่ได้เป็นสายตายาวไปแม่ฮ่องสอน  ก็ต้องเห็นสิวะ! 


เราเป็นคนโบกเผื่อระยะมากเลยนะ  แบบเห็นแล้วจอดแน่นอน แน่ยืน แน่ใจ
แต่มันเหมือนไม่เชื่อมือเราอ่ะ  คิดว่าเราปัดแมลงวันมั้ง

อาการนี้ไม่เจ็บใจเท่าเผื่อใจไว้ก่อน  คือเห็นสีเขียวผ่านมาในชีวิตแล้วไม่ขึ้น  จะขึ้นรถฟรีอะไรแบบนั้น

เราก็เป็นคนแบบนี้ล่ะ  ชอบเผื่อใจ (อร๊าย)


สีเขียว แอร์ และอื่นๆ ผ่านไปร่วม10กว่าคัน  ไม่ยอมขึ้น  หยิ่งในศักดิ์ศรีงกงี่เง่าของตัวเอง  อัตตามันจะสูงมากค่ะ


กูจะขึ้นฟรี!


เสียเวลาไปร่วมๆ เกือบครึ่งชั่วโมงมั้ง(เห็นมะ อัตตามันสูง!)  รอจนเห็น  เห็นแล้ว!

ป้ายสีฟ้ารำไรๆ  มีฟ้อนสีขาวๆ และสำนวนแห่งชีวิตประจำวัน "รถเมล์ฟรีจากภาษีของประชาชน"


อร๊างส์ 


มา  แล้ว  โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย 
แหม่!  30 นาทีของกู! (มันคุ้มสำหรับคนแบบนี้ในตอนนั้นค่ะ อัตตา  มันคืออัตตา!!)


โบกตามหลักสูตรการกะระยะ  จอดแน่ๆ จอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โบกแบบนี้แล้วเหมือนมีคาถาเสกตีนโชเฟอร์ไปเหยียบเบรก  หรือมีตะปูเรือใบวางให้หยุด


แต่มันเหมือนมียันต์คุ้มภัย

 

มันผ่านทะลุ  ฟ้าวววววววววววววววววววววววววววววววววววว 

 


คนรอมาเยี่ยง 30 นาทีถึงกับ  ช็อกกุ


มันไม่ได้เขียนว่าเข้าอู่...  และมีผู้โดยสารหยิบมือในรถด้วย! 
ทำไม  ไม่จอดรับหนูล่ะ? 

แล้วก็ใช่ว่าจะมีรถฟรีตีตื้นมาอีกคันนะ  มันไม่มี 

อารมณ์นางเอกเกาหลีขึ้น  กรี๊ด!  คนบร้า  เค้าอุตส่าห์รอ  ทำไมทำกะเค้าอย่างงี้


แล้วยิ่งชั่วโมงเร่งด่วน  อยากขึ้นแต่มันไม่ผ่านมาหา  เวลาไม่อยากขึ้น  มันมาประชด  3-5 คันติดๆกัน

 


ถอดพวงมาลัยมาต่อยกันเลยมั้ย?    

 


++++++++++++++++++++++

5 อาการปวดตับของจขบ.ค่ะ 

เจอเหมือนกันมั้ย?  รึว่า  มันเชี่ยกว่านี้ ฮา
จริงๆมีอีกเยอะกว่านี้มากมาย  แต่ว่าไม่ไหวแล้ว เล่าไม่หมด  ยาวม๊ากกกก

อ่านจนจบ  ขอบคุณมากจ้าาาา  ม๊วฟม๊วฟม๊วฟ


สเปเชี่ยววว แทงยู
ศัพท์ "ปวดตับ" ของคุณวิชัยค่ะ  ใช้คำนี้แล้วมันร้าวราน เจ็บ แบบมันใช่เลย อาการนี้จริงๆค่ะ  ยืมใช้นะคะ ^^


วันเสาร์ไปคอมมาร์ทจ้าาาาาา

 

Comment

Comment:

Tweet

นี่ ตะก่อนเราก็นั่งรถเมล์ไปเรียนทุกๆวันอ่านะ เรียนที่ พ.ต.พ. บ้านอยู่แถวๆถนนตก ก็นั่งสาย1 ทุกวัน เปงอย่างที่คุณพูดจิงๆหร่ะ ตรงวัดสุทธิอ่ะ เซี๊ยวววว เสียวววว

ปล.เหตุการณ์ที่จะช่วยถือของแล้วเค้าบอกว่าไม่ต้อง เราก็เคยเจอนะ เซงหง่ะ

#62 By SUPRANAN on 2011-02-16 15:13

อ่านแล้วน้ำตาไหล...ไม่ผิดค่ะ!ไหลจริง!
ขำจนน้ำตาไหล ก๊ากมากกcry

#61 By TangTangTangmo on 2010-12-18 21:56

กร๊าซซซซซซซซ

พี่เขียนหนังสือขายได้เลยนะเนี๊ยะ





#60 By DaisukiM&P on 2009-10-03 17:37

ฮ่าๆๆ
เคยเจอกรดกริ่งอ่ะ

แบบว่ากระเป๋าบอกหน้าตายมากประมาณว่าทำไมไม่บอกละหนู-*-


ใครจะรู้ละฟ่ะว่ากริ่งมันเสียหึหึ

#59 By -ATOM- on 2009-10-01 17:40


สุดยอด ได้ความรู้มากมายมหาศาล

ฝากเว็บด้วยนะ

ลงประกาศ ซื้อขาย ฟรี
http://www.siamshopmarket.com/

#58 By kokkok on 2009-07-11 11:55

บรรยายได้ฮามากเลยค่ะ
แต่เวลาเจอจริงมันไม่ฮาแบบนี้อ่ะสิ
เราก็เคยเจอมาเหมือนกันนะ ครบ 5 ข้อเลย
อีกอย่างที่เจอแต่ไม่มีในนี้ คือ พวกโรคจิตค่ะ
พวกนี้น่าตะโกนประจานให้ลั่นรถเมล์ = =

#57 By MimirMooK on 2009-07-06 18:54

เคยโดนมาหมด ยกเว้นข้อ 5 อ่ะค่ะ
(แบบว่าอยากขึ้นฟรีกะเค้าเหมือนกันนะ แต่สายรถที่ต้องไปทำงานอยู่ทุกวันนี่ ไม่มีให้ขึ้นเลยค่ะ)

แต่ที่ปวดตับร้าวไปถึงเซี่ยงจี๊นี่ คือ เคยโดนในฐานะคนมอบน้ำใจค่ะ

วันนึงหลังเลิกงาน ขึ้นรถเมลล์กลับบ้านตามปกติ พอรถวิ่งผ่านเซ็นทรัลบางนา ก็มีประชาชนชาวไทยแห่แหนกันตบเท้าขึ้นรถอย่างมากมาย(ซึ่งเป็นปกติที่รถสายนี้ เวลานี้ และที่ป้ายนี้ จะมีคนขึ้นเยอะเป็นพิเศษ) ไอ้เราที่ขึ้นมาตอนป้ายก่อนหน้านี้ ก็ได้นั่งท้ายๆรถ

อ่ะ พอคนเริ่มเดินจับจองที่เกาะรักษาชีวิต(โหนรถ) มีอาเจ้คนนึงอายุประมาณ 40 ต้นๆ ถือกระเป๋าถือ และของ(กล่องสี่เหลี่ยมยาวๆ)ในถุงพลาสติกอีกหนึ่งถุง ดูจากการแต่งตัวโดยรวมๆแล้วอาเจ้แกเหมือนผู้ดีที่รถเสีย แล้วจำเป้นต้องขึ้นรถเมลล์กลับบ้านอ่ะค่ะ

เราก็เอื้อมมือไปแตะแขนเค้า มองหน้าประมาณว่า "หนูช่วยถือถุงนี่ให้นะ" อาเจ้แกก็เข้าใจ ยื่นถุงพลาสติกมาให้(โดยปราศจากคำพูดและสีหน้าใดๆ) เรารับมา แล้วถือแบบเอานอนราบกับกระเป๋าตัวเองบนหน้าตัก

ทันใดนั้น อาเจ้รีบมายกของ(ที่เราถือให้เค้า)ให้อยู่ในลักษณะตั้ง(โดยปราศจากคำพูดและสีหน้าใดๆเช่นเดิม) ไอ้เราก็แบบ เหวอไปแล้วอ่ะ เอาวะ ถือแบบตั้งก็แบบตั้งวะ แต่อารมณ์เราตอนนั้น "เฮ้ยป้า หนูช่วยป้านะ ทำไมทำท่าท่างเหมือนหนูเสือกเรื่องของป้าอย่างนั้นน่ะ"

เรานั่งหน้าบึ้งตลอดทางเลย อารมณ์เสียแล้วอ่ะ อารมณ์มันประมาณว่าทำบุญไม่ขึ้นค่ะ คือแบบก็เข้าใจนะว่าของข้างในอาจจะเสียหายเพราะมันสำคัญสำหรับอาเจ้แก
แต่ ณ โพสิชั่นตรงนั้น สิ่งที่สมควรเห็นหรือสิ่งที่สมควรได้ยิน ไม่มีเลยค่ะ ถ้าไม่อยากให้ถือเพราะกลัวของพัง ก็ปฎิเสธตั้งแต่แรกก็ได้ จะไม่เฟลล์เท่าตอนนั้นเลย

พล่ามมาซะยาว แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้
พอรถลงทางด่วน ก็เป็นป้าบที่เราต้องลง เราก็ขยับตัวให้อาเจ้รู้ว่า "จะลงแล้วเ้ว้ย เชิญถือแบบประณีตต่อไปเถอะ"(พาลค่ะ55555+)

เรายื่นของคืนให้ อาเจ้ยื่นมือมารับของคืน เรามองหน้าอาเจ้หวังในบางสิ่ง อาเจ้ไม่สบตาหันมองไปทางอื่น
เราเลยปลง.......
sad smile

เดินลงรถมาแบบ "เฮ้ออออ คนเราหนอ ไม่น่าเสือกเลยตรู"

ปล.คือปกติ เวลาที่ช่วยใครถือของบนรถเมลล์ พวกเราจะได้เห็นสีหน้าเกรงอกเกรงใจ หรือได้ยินคำว่า "ขอบคุณ" หรือ "ขอโทษ(ที่ให้ช่วยถือ)" กันใช่มั๊ยคะ
แต่สำหรับอาเจ้คนนี้แล้ว ตั้งแต่ต้นยังจบเหตุการณ์ไม่มีเลยค่ะ

#56 By 星子★hoshiko™ on 2009-07-06 17:19

ฮามาก

เคยเจอแบบที่หนึ่งอ่ะ บ่อยมาก

ยังกะนั่งรถไฟเหาะ ตัวลอยกันเลยทีเดียว

#55 By pAy on 2009-07-06 16:37

โอ้ว อ่านเพลิน เกินห้ามใจconfused smile confused smile

#54 By (^_^)/nana on 2009-07-06 15:32

Hot! Hot! Hot! Hot!

#53 By iyochang on 2009-07-06 15:24

เเวลผ่านมามากรีดร้องด้วยคนคะ

มันคือเรื่องจริงโดยเฉพาะ ข้อ 5--*
ยืนรอ 2 ชั่วโมงไม่ได้รอรถฟรีนะเเต่รอรถทั่วไปเเม่งไม่จอดโอ๊ยยย ห่าน ที่สุด--*

ไอที่ฮาสุดคือเรานั่ง 89--* มันชอบปล่อยคนลงกลางสีเเยกไอเราก็ลงเเม่งปิดประตูซะงั้นปิดไม่ว่าปิดตอนเรากะลังยืนอยู่ขั้นนั้นประตูหนีบกุ--*.....ไอเป็ดเปิด--*เเล้วที่สำคัญทุกคนเเรมต่ำยืนมองกว่าจะกดกริ่งเปิดได้เกือบเเบนชิชะ



(อันนี้เว้อส่วนตัว)
กระเป๋าก็คยเจอเจอลูกค้าประเสริฐด้วยคือเเอบเล่า

มีคู่สามีภรรยาขึ้รถเมย์วงเล็บ เขียววงเล็บปิด
(พิมเพื่อ)

เเล้วอิตาปู้ชายเเกทะเลาะกะคนขับก่อนเถียงๆๆๆๆอิเราก็ไม่รีบนั่งรอได้--*
ซักพักลงดีกว่ารู้สึกว่าชีวิตมีค่าพอเราลงมันลงตามมาทะเลาะต่อ--* เริ่มควักอาวุธพี่เเกถอดไอที่โหนมาท่อนนึงเเล้ววิ่งผลัด(บ้านเเกสิ--*) กัน

กระเป๋าเป็นผู้หญิง--*ก็ทะเลาะกะเเฟนเค้าแฟนใจเด็ดมากกโยนที่เก็บตังค์ลงกลางถนนวินาทีนั้นอยากมีกล้องเหรียญกระจายเเล้ว....ตำรวตจก็มา(ตอนจบ--*)

#52 By &uang on 2009-07-06 14:31

เขียนได้เห็นภาพมากเลยครับ

เหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์เลย

เขียนได้สนุกมากครับ ชอบมาก

ยอมรับว่าขำจนปวดท้อง

แล้วทุกข้อก็เจอมาบ้างครับ

สรุปวันนี้ขำมีความสุขไปอีก 1 วัน

#51 By j-di on 2009-07-06 11:28

กรี๊ดดด อาการแบบนี้เจอมาเหมือนกันทุกข้อเลยHot! Hot! Hot!

#50 By ⓢnⓢd ♥ ⓗo|îc ♪ on 2009-07-06 10:54

ข้ิอ3 อยากเจอมาก เพราะไม่เคยเจอ....ไอ้พวกที่เอาอารมณ์ส่วนตัวมารวมเททับน้ำใจคนอื่น จะถีบให้big smile

#49 By Kinno61 on 2009-07-06 09:34

55+

ฮาได้ใจเฮามากเลยเจ้าค่ะcry
ฮามันทุกบรรทัดเลย
ชอบข้อ1 สุดๆเเล้ว คุณตรงข้ามกับเฮาเลยเจ้าค่ะ

เฮาชอบนั่งรถเขียวเล็กมากกกกกกกกกกกกก

เพราะความที่มัน "พี้ยาม้าบ้ายาอี"นี่เเหละเจ้าค่ะ
ขับเร็วเเบบประมาณว่าเเข่งกับความตาย
มันส์สะใจจริงๆ นั่งที่ไรได้ความรู้สึกว่า
"จะตายหรือไม่ตายดีหนอ"
ตอนมันสาดล้อเลี้ยวโค้งทีไร
เหมือนรถทั้งคันจะสาดไปทั้งถนนเลย 55+

คุณคอยเเต่รถฟรีภาษีประชาชน
ส่วนเฮาคอยแต่รถเขียวเล็กconfused smile





ปล.ตอนเเรกที่hot post เฮานึกว่าบล็อกคุณจะเป็นบล็อกเกี่ยวกับพวกชอบเขียนบทความไรเงี้ย เเต่ไปมา
เป็นบล็อก Y Reborn นี่เอง
คอเดียวกันเลยเจ้าค่ะ บล็อกเฮาก็โดYconfused smile confused smile


Hot! Hot! Hot!

#48 By Wicked Tinkle on 2009-07-06 06:52

อีโบกรถเมล์ฟรีแล้วมันไม่จอดนี่เซ็งจริงๆ อุตส่าห์รอตั้งนาน... สรุปตอนนี้เวลาไปมหาลัยเลยต้องนั่ง BTS ไม่ก็ ใต้ดินเอาค่ะ ทำใจ 5555+

#47 By renme on 2009-07-06 02:16

ฮาดิ้นเรยค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ

เรื่องจักกะรี้ ที่จีนถือเป็นภาพธรรมดามากค่ะ น่าร้อนอย่าให้โครเรยนะคะ พรึดค่ะ โหนอยู่ตรงหน้าเนี่ยแหละ ฮ่าๆ

ทำไรไม่ได้ค่ะ ทำใจอย่างเดียว

เรื่องถือของหนักเคยเหมือนกันเด๊ะเรยค่ะ แบบ ทำท่าสำออย เปลี่ยนมือไปมา ฮ่าๆๆๆ แม่งผู้ชายนั่งอยู่ข้างหน้ามอง แล้วก็มอง เราก็มอง มันก็มองอย่างอนาถ แล้วก็หันไป เราเรยส่งสายตาอาฆาตไปเชดหัวกบาลมันเรยค่ะ

และอื่นๆอีกมากมายที่ตรงเหมือนกัน ฮ่าๆๆ

#46 By อาผิง on 2009-07-06 01:41

เล่าได้สนุกมากเลยครับ

ใช้สำนวนดีเชียว

อย่างฮา

ปวดตับด้วยคน รถเมล์สมัยนี้

#45 By นายอุ๊ย!! on 2009-07-05 23:56

อีกอาการนึงที่เจอบ่อย

คือ

ยังจอดไม่สนิทดี มันก็พุ่งตัวออกไปแล้วครับ

บางคันนิยมจอดส่งกลางถนน...

เอิ่มมมม

ร้ายแรงสุด คือ เพื่อนเกือบร่วงลงจากรถเมล์เนี่ยแหละ

ไม่รู้มันจะไปตามควายที่ไหน - -*

แถมยังเคยเจอ รถเมล์สองคัน

กระเป๋ามันซิ่งแข่งกัน!!

แม่เจ้า T[]T

Hot! Hot!

#44 By ปัณณ์ on 2009-07-05 23:48

วาดรูปเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนบนรถเมย์ไว้แล้วเหมือนกันค่ะ
แต่ยังไม่เสร็จ งุงิๆ มีคนคิดเหมือนเราด้วย >_<
Hot!

#43 By =::Kr@taiR::= on 2009-07-05 21:35

sad smile เคยเจอแย่กว่านี้ครั้งนึง
กดกริ่งลงไปแล้ว และมีคนลงไปแล้ว2-3คน เหลือน้อง
เรา แล้วก็คนข้างหลังอีกซัก2คนได้ มันรีบปิดประตู
[เกือบหนีบน้องเราแล้ว]แล้วพอหันไปมองมันหัวเราะยิ้มว่ะ


ส่วนที่พี่ จขบ.เขียนมา เหนื่อยใจกับหมุษย์เหม็นเปรี้ยวมาก
สุดๆเลยประเภทนี้ - -*

#42 By ............. on 2009-07-05 21:20

Hot! Hot! Hot!

5555555555555555555555555555555+
ฮาวิปริต

ชอบปัญหาตีนผีรถเขียวมากกกกกก 55+
ใช่เลย ๆๆๆๆๆๆ สุดยอดดด
โห เคยเหมือนกันเลยค่ะ

โดยเฉพาะ ข้อสุดท้าย

โบกแล้วไม่รับ....

อะไรของมันเนี่ย!!!!!

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#40 By Piekai on 2009-07-05 21:10

ปวดตับจนปวดตด ฮาconfused smile

#39 By raycircle on 2009-07-05 19:51

ปกติไม่ขึ้นรถเขียว เพราะไม่ชอบรถเล็ก ๆ แคบ ๆ อยู่แล้ว
แต่เรื่องขับเร็วนี่ก็เคยเจอในรถประเภทอื่น

ส่วนเรื่องถือของนี่ไม่เคยเจอแบบนี้

เรื่องตัวเหม็นนี่ก็ไม่ค่อย จะมีปัญหากับโดนนั่งเบียดมากกว่า sad smile sad smile
พี่ว่าพี่ตัวเล็กนะ แต่คนนั่งข้าง ๆ มันตัวใหญ่กันจังเลย -*-

โบกแล้วไม่จอดนี่เข้าใจ ในใจอยากจะปาก้อนหินใส่เลยล่ะ sad smile

เจริญจริง ๆ รถเมล์ไทย sad smile sad smile

#38 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-07-05 18:59

เคยเจอแบบ "เหาะ" มาค่ะ

แถวๆ บ้านราชวิถี มีรางรถไฟ
สมัยที่มันยังไม่ปรับปรุงให้มันเรียบเท่ากัน

นั่งสาย 9-1 แฮปปี้ตื๊ด~ ท่าตื๊ด~

จังหวะที่ระวิ่งข้ามไฟแดงวิ่งด้วยความเร็วสูง ประทะเข้ากับราง ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือน

เบาะ ลอย !!!

ขาเราลอยจากพื้น แล้วก็กระแทกลงอย่างแรงที่บ้านราชวิถี (สาเหตุที่จำชื่อได้) เหมือนนั่งรถไฟเเลย (สติลอยไปแล้ว

คนขับรถดีๆก็มีนะคะ แต่ แบบนี้หนูไม่ไหวค่ะ

#37 By nuicekung on 2009-07-05 16:45

Hot! Hot! Hot! Hot!

5. ปวดตับมากกกก โบกแล้วชิ่ง

อีนี่เจอบ่อยค่ะ ปวดถึงม้ามทะลุลำไส้แล้ว

#36 By ploylead on 2009-07-05 16:15

บรรยายได้เห็นภาพมากกก

ถึงจะยาวแต่อ่านแล้วเพลินดี 5555

confused smile

#35 By chalenty on 2009-07-05 14:54

น่าจะเพิ่มผู้โดยสารพลังจิต ประเภท ลงไม่กดกริ่ง ไปยืนจุ้ยอยู่ที่ประตู เราก็จะลงด้วย นึกว่าเดี๋ยวมันก็จะกดกริ่ง ปรากฏว่า มันไม่กด มันไปยืนจุ้ยควบกริ่งตรงประตูเฉยๆ รถเมล์จะผ่านป้ายที่เราจะลง ต้องว่า(ด่า)ไอ่คนหน้าประตูมันว่า "ทำไมไม่กดกริ่ง!" มันทำหน้างงๆ คงประมาณ อ้าว.........

ส่วนเราเอื้อมไม่ถึงกริ่ง ตะโกนให้รถเมล์จอดลั่น โดนกระเป๋าด่าอีกsad smile

#34 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2009-07-05 14:30

เห็นด้วยอย่างแรงค่ะ
โดยเฉพาะ(อ)มนุษย์ในข้อ2และ3
เอาดาวแดงไปเลยค่ะ big smile
Hot! Hot! Hot!

#33 By JinJinz on 2009-07-05 13:21

รถเมล์บางสายคนแน่นยังกับรถไฟที่ญี่ปุ่นเลบครับ

แล้วไม่รุทำไม มันก็ยังจอดรับเรื่อยๆ

จนคนในรถจะได้กันอยู่แล้ว

เหม็นก็เหม็น อึดอัด แถมแอร์ไม่เย็นอีก

sad smile

#32 By ปาม มี่ ♫ on 2009-07-05 12:52

สายไหนก็ไม่รู้ แต่นั่งแถวฝั่งธนฯนี่ คิดว่าคงมีไม่กี่สาย(ที่เราก็ใช้บริการเหมือนกัน)
เจอจนเซ็ง เบื่อโคตร

Hot! Hot!

#31 By =*MoonShiNe Ze*= on 2009-07-05 12:38

โอ๊ย ฮ่าๆๆ อย่างฮา

ส่วนตัวไม่ค่อยได้ขึ้นรถเมล์ค่ะ sad smile นั่งไม่เปนเลยก็ว่าได้ จะขึ้นก้ขึ้นกับเพื่อน จากตำแหน่งบ้านไปถึงที่หมายไม่เคยอำนวยให้ใช้รถเมล์เลย sad smile อีนี่มันเลยนั่งรถเมล์ไม่เปน สีเขียวนี่ไม่เคยกล้าขึ้น

แต่อ่านแล้วขำม้ากกก

ปรบมือให้ ขนาดคนไม่เคยนั่งยังอ่านแล้วนึกภาพตามได้
เอ่อ แต่ก็หวาดเสียว+น่าเห็นใจ เป็นคนไทย ต้องทำใจ เฮ่อ เฮ่อ sad smile

#30 By vinn* on 2009-07-05 12:13

นี่คือ รถเมล์อินไทยแลนด์
จริงๆมีอีก 1 ข้อคือ
รถเขียวมันไม่ซิ่งมันก็อืด แบบว่ามันรอคนมาขึ้นรถอีก ไฟเขียว 3 รอบมันยังไม่ไปเลย
ยามรีบมันไม่ซิ่ง ยามปกติ บรรพบุรุษให้หวยมาเรอะ =[]=" รีบเชียว

รถเมล์ไทยน่าปวดตับHot! Hot!
ป.ล.ทางที่ดีขึ้นรถใหญ่ดีที่สุด 55+ อย่างน้อยมันก็ซิ่งตามปกติชนsad smile

#29 By แมลงปอล้อลม on 2009-07-05 11:50

เจอบ่อยมาก
เดี๋ยวนี้ทำใจ
นั่งเรือด่วนไปดีกว่า
55555+

รถเมล์เขียว ไม่น่าขึ้นอย่างแรง น่ากลัวมาก

ปล. เพื่อนบอกว่า ชอบขึ้นเมล์เขียวค่ะ มันเร็วดี แถมลมเย็น และถูก!!! (ขึ้นไปคนเดียวละกันเว้ย)sad smile
เจอมาแล้วทุกข้อค่ะ

ไอ้ขับสวนเลนส์นี่เจออยู่สองสามครั้ง
ตอนนั่งสาย 5 รถเขียว กับสายอะไรซักอย่างจำไม่ได้ค่ะ รถรร้อน ร่วมสีน้ำเงิน โอย ใจจะตกไปอยู่ตากลุ่มให้ได้ แบบแอบรู้สึกแบบว่า จะชนแล้ว *ปี๊บ*หาย ชนแน่ๆ พ่อแก้วแม่แก้วววววววว
ดีที่คันที่มาเลนส์นั้นเค้าชะลอลงแล้วบีบแตรด่า โฮย
หลังจากนั้นเลิกขึ้นไปเลยค่ะ

เคยขึ้นรถกระป๋องเขียวสาย 12 แถมม.เหมือนกันค่ะ
มีมีสปาต้าเหน็บไว้ข้างประตูฝั่งคนขับ
แบบว่า สราด เอาไว้ทำอะไรนั่น กะว่าใครชนกรูไม่เคลมให้ฟันหัวแบบเลยมั้งน่ะ น่ากลัวมากๆ


โดนเฉพาะข้อ 5
เจอแล้วกริ้วมาก กรี๊ดดดดดด ชั้นรอตั้งนาน
หลังๆ งอน ไม่ง้อ ไปรถตู้ก็ได้เชอะ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#27 By ★ GenZo ★ on 2009-07-05 05:16

ผมเป็นคนไม่ดีจริง ๆ ที่มาขำความทุกข์ของคนอื่นแบบนี้
แต่เขียนได้สนุกมากครับ 555555555

ข้อ 2 ทรมานที่สุด แต่ก็น่าเห็นใจเจ้าของกลิ่นเหมือนกัน
ที่ทำบาปโดยไม่ได้เจตนา confused smile

#26 By Buffo on 2009-07-05 04:07

สายรถที่พูดถึงนี่ 75 เขียวป่าวคะ? (เดาไปเรื่อย) เพราะว่าเคยเจอมันวาร์ปได้เหมือนกัน ขึ้นจากประชาอุิทิศ 33 ไปถึงหัวลำโพง ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง =[]= น่าทึ่งมาก! นั่งมอไซค์ยังไม่ได้ขนาดนี้

สมัย ปวช. เคยเห็นซากตู้โทรศัพท์หน้าโรงเรียน แล้วก็ทราบข่าวว่า มินิบัส 75 ขับมาอัดกับตู้นี้ในช่วงเสาร์อาทิตย์ หลังจากนั้นเลิกขึ้นมินิบัสไปหลายปีค่ะ

ช่วงนี้เริ่มกลับมาขึ้นใหม่ เพราะว่ารีบ มินิบัสนี่จะว่าซิ่งทุกคันก็ไม่เชิง บางทีเค้าก็ขับเป็นซาเล้งเลย ลากกันเข้าไป รถก็คันแค่นั้น อัดกันเข้าไป ใครทนไม่ไหวก็ลงไปขึ้นคันอื่น ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ไหนเค้าถึงจะซิ่ง เหตุการณ์ไหนจะซาเล้ง

เห็นแว้บๆ ว่ามี 75 แอร์ ยังไม่เคยได้นั่งเลยค่ะ แค่เห็นก็กรี๊ดกับแม่แล้ว "พระเจ้าาาาา 75 แอร์ ฝันเป็นจริงแล้ว" เอามินิบัสไปแลกรถแอร์หลายๆ คันเหอะเนอะ sad smile

เ่อ่อ...เรื่องขึ้นลงรถยังไงก็อย่ารีบขึ้น-ลงนะคะ ตอน ม. ต้นเคยตกรถเมล์ เพราะว่ารถชะลอให้ขึ้น แต่พอเหยียบไปได้ขาเดียวรถก็กระชากออกไปเลย กระเป๋านักเรียนก็หนัก เราเลยตกลงมา หัวด้านหลังฟาดกับท้ายรถสามล้อที่จอดรอซ่อม (แถวนั้นเป็นอู่รถ) เย็บไป 4 เข็ม ดีว่าไม่มีรถตามมาไม่งั้นแบน... ส่วนรถเมล์เจ้ากรรมไปไหนแล้วไม่รู้

หลังจากนั้นถ้ารถไม่จอดดีๆ จะไม่ขึ้นเลยค่ะ ยอมเสียเวลา

#25 By honeynut on 2009-07-05 03:00

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก

อ่านแล้วฮา


จริงๆเคยเจอมาหมดทุกข้อ - -

โดยเฉพาะไอ้ที่โบกแล้วไม่จอดเนี่ย

บางทีไม่จอดติดกันสามคัน แบบว่า...

"แสรดเอ้ยยยย"

ตัวก็ไม่ได้เล็กปานนั้น

นึกในใจ สงสัยต้องไปเอาป้ายมาแขวนไว้บนหัว ว่า "กูจะขึ้นค่ะ ขึ้นแน่ๆขอให้เชื่อใจตุ้ม จอดรับตุ้มเถอะนะ" อะไรประมาณนั้นมั้ง มันถึงจะจอด -*-

Hot!
เพื่อนฝากมาเม้นท์ค่ะ จากใจคนเคยขึ้นสายนี้เหมือนกันbig smile


.

ขอเดาว่า เมล์ที่ว่าคือสาย 75.....

โชคดีตอนเรียนมจธ.ขึ้นตั้งแต่หัวลำโพงไปถึงม. เลยได้นั่งประจำ แถม3-4ปีก่อน มี 75 แอร์สีส้ม ช่วยได้เยอะ

เคยทำสถิตินั่ง75สีเขียวกลับจากม. 25นาทีมาแล้ว...(จากสวนธนมาหัวลำโพง)
หลายๆทีข้ามกัลบจากฝั่งธนฯ ปกติต้องขึ้นสะพานกรุงเทพ มันขี้เกียจรอไฟเขียวเลี้ยวขวาตรงแยก มันเลยตรงไปขึ้นสะพานพระราม3แทน...
ครั้งนึงคนขับโดนก็มีตำรวจเรียก แล้วแจ้งข้อหาขับรถเหมือนขับเครื่องบิน...

.

ขำตำรวจ..คิดข้อหานี้ได้ไง...

#23 By -shinya- on 2009-07-05 01:36

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

อย่ามองหาน้ำใจบนรถเมล์

#22 By ซูเนะโอะ on 2009-07-05 00:21

ข้อสุดท้ายเป็นเหมือนกันค่ะ

ช๊อคทุกครั้งเลย sad smile sad smile

#21 By Prae on 2009-07-05 00:21

ยาว

แต่ก็อ่านจนจบconfused smile

ฮา+มันส์ในอารมณ์มากค่ะพี่cry

Hot!

#20 By olive on 2009-07-05 00:09

เหอๆ อ่านแล้วรู้สึกสะใจมากค่ะพี่กั๊ม ฮาได้ใจทุกข้อจริงๆ

ไอ้โบกแล้วไม่จอดนี่เจอเหมือนกัน ที่บ้านเราขึ้นรถสองแถวค่ะ พวกคันที่นานๆมาทีแล้วโบกไม่จอดนี่จี๊ดดดด
เกิดความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้าเอามือโบกไปโบกมาอยู่คนเดียว - -

แต่รถเมล์ซิ่งนี่ไม่เคยลองนั่งค่ะ อยากสัมผัสนาทีระทึกเหมือนกันแฮะ ฮ่าๆ ^^"

เรื่องกลิ่นนี่นึกภาพออกเลยค่ะ เคยเจอตอนเรียนพิเศษ
สูดไปเต็มๆสองชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าเราเป็นคนดีที่กล้าพอก็น่าจะบอกเจ้าตัวไปเลยนะคะ กรั่กๆ
(ซึ่งเรารู้ว่าไม่มีใครอยากเป็นหรอก)

ให้ดาวค่ะ ชอบใจ เหอๆHot! Hot! Hot!
เคยนั่ง 68 เขียว จากวงเวียนใหญ่ ไปลงจรัญ 13 ใช้เวลาเพียง 2 นาที มายก็อด คนขับเมพขิงๆHot! Hot!

#18 By Saintsitive on 2009-07-05 00:01

เจอมาหมดเลยเหมือนกันค่ะ
เจอแต่ละทีชวนปวดตับของจริง

อีเรื่องโบกแล้วไม่จอดเนี่ยเคยค่ะ
โบกไปโรงเรียนตอนเช้า
มันไม่จอด.....โฮก.....
โทรไปด่าที่อู่เลย

เหตุคล้ายๆกันอีกอันคือ โบกแล้วแค่ชะลอ.....
คือไม่จอดอ่ะ แต่ชะลอให้วิ่งตามsad smile
ด้วยความที่กระเป๋านร.หนักไง
ตบไปที่ฝาข้างรถ ป๊าป!!! ให้รถมันจอด
พอขึ้นไปเท่านั้นล่ะ
.......หันมามองกันทั้งคันเลยอ่ะsad smile

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#17 By Saruno_Sarunin on 2009-07-04 23:58

ยังมีเยอะกว่านี้เหรอ ฮ่าๆๆๆ
แค่นี้ก็ถือว่าเจอมาเยอะนะเนี่ย
ไม่เคยเจอแบบนี้เลย โชคดีจังopen-mounthed smile open-mounthed smile

#16 By :nakare: on 2009-07-04 23:52

เหมือนเด๊ะ!

#15 By pinpin on 2009-07-04 23:37

กดกริ่ง..!!!
เรากดกริ่งแล้ว พอรถจะจอด เราก็พยายามเบียดตัวออกไปทางประตู
แล้วคนข้างนอกก็แย่งกันขึ้นรถ
เราก็ต้องรอให้คนเบียดขึ้นมาเสร็จแล้วค่อยลง

ปรากฎว่าคนขึ้นหมดปุ๊บ
ปิดประตูปั๊บ
เฮ่ยยยยยย ฉันเป็นคนกดกริ่งนะะะะะะะะะะะะะ
ก็รีบตะโกนบอกว่าหนูจะล๊งงงง
สรุปโดนกระเป๋าติว่า.."จะลงก็เตรียมตัวหน่อยนะ"
ฮึ๊ยยยยยยยย orz ฉันเป็นคนกดกริ่งนะะะะ
.
และร่วมชะตารอรถครึ่งชม.เหมือนกันเลยค่ะ ฮ่าๆๆ

ทั้งๆที่ไปรอที่ป้ายเลยนะ
แต่ไม่รู้เพราะคนรอขึ้นมีสองคน หรือเพราะไม่มีนายท่า
คุณท่านขับผ่านไปแบบไม่จอดเลยค่ะ
บ้าที่สุดดดดดดดดดดด
Hot!

#14 By toma on 2009-07-04 23:25

อ่านแล้วเพลินค่ะ
ได้ฟิวเหมือนกำลังชวนเพื่อนเม้าเลยอะ
ตอนเด็กๆ แม่มดก็ไปทางถนนตกบ่อยนะ
นั่งสายหนึ่ง จากสนามหลวงไป
ไม่คิดเลยว่า...ตอนนี้รถจแถวนั้นจะเปลี่ยนไปขนาดนี้
สุดยอด sad smile

#13 By *~ แม่มด ~* on 2009-07-04 23:23