K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย View my profile


 

ไม่ได้อัพบล็อคถี่เหมือนผีเข้าตอนจูนไรท์  แล้วรู้สึกตะแง่มๆ
ตอนนี้ดูลิสต์ในFav เราก็เห็นว่ามันลดไปเยอะ มากกกกกกกก

คนเล่นจูนไรท์นี่เยอะจริงๆ ฮา

จะสานเจตนารมณ์ต่อในจูไลไรท์กันมั้ยคะ? (คำตอบ - เรื่องของ....!!)


เราคนนึงล่ะ  สานต่อไม่ไหว  เพราะงั้น...
จะอัพนานๆถี่นะ  กร๊ากกกกก 

 

วันนี้เกิดอาการอยากเอาปัญหาปวดตับเวลาใช้บริการขสมก.มาอัพค่ะ
เป็นบร้าอะไรไม่รู้

เราเป็นคนนึงที่ใช้งานบริการของการขนส่งส่วนรวมเยอะนะ  เพราะ

เออ ไม่มีรถส่วนตัว


ทำไม๊  ผิดตรงไหน?  ห๊าาาาาา


ถึงจะไม่ได้ไปไหนมาไหนจากฝั่งธนยันปลายถนนรังสิต  อาจจะไม่ได้นั่งลิ้มชิมเบาะเปื่อยๆของรถเมล์ทุกสายนะ แต่รวมๆก็  คล้ายๆกันหมดล่ะ(มั้ง)


ระวังนะ  ยาวม๊ากกกกกกก

 

 


1.ปวดตับกับอาการผีบ้าของโชเฟอร์และคู่หู

ถ้านั่งรถเมล์สายเขียวเป็นนิจศีลนะ
โห  แม่งโคตรซิ่งหาบรรพบุรุษมันเลย!!

เหมือนมันจะรวบรวมอาการฟุ้งซ่านอยากถึงที่หมายเร็วๆของผู้โดยสารทุกคนที่ได้ย่างก้าวไปอยู่ในโลกของมัน
มันก็เลยเอาทั้งหมด  มาฟิวชั่น!  รวมเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน  ส่งกระแสจิตสั่งการต่อมประสาทผ่านพวงมาลัยท่วงท่าหักศอก!  และสั่งการกล้ามเนื้อน่องและส้นตีนกระทืบลงครัชกับเร่ง


ผลลัพธ์ออกมาก็คือ


จากรถเมล์ที่ค่อยๆไปตามเส้นทางจราจร  ก็พัฒนาการไปสู่การเคลื่อนแบบยานอวกาศ

วาร์ป


แม่ง รถเมล์เมืองไทยมันวาร์ปได้จริงๆค่ะ!!  ดิชั้นเคยยยยยยยย
ตอนนั้นจะนั่งจากวัดสุทธิ  ไปลงที่มหาลัย  ถ้าโชเฟอร์เค้าอารมณ์ดี  ไม่คึกเป็นวัวบ้ากินหญ้าผสมโคเคนแล้วมันจะถึงมหาลัยอย่างต่ำสุดก็ประมาณ 30 นาที


แต่วาร์ปน่ะเหมือนทะลุห้วงเวลา  เป็นศาสตร์การย่นระยะค่ะ
15 นาที... ก็พอ

อา.... เร็วสราส


มีเหตุการณ์ปวดตับ  จนเราเข้าใจคำว่าใจร่วงถึงตาตุ่มน่ะ  มันรู้สึกยังไง


ตอนนั้นเรานั่งสีเขียวจากมหาลัยจนถึงแถวๆบ้านใหม่ค่ะ  จะเป็นถนน4เลน แบ่ง2กับ2คือสวนทางกับทางเดียวกัน(นึกออกนะจ๊ะ) ก่อนหน้านี้คือมันขับผู้ดีมากนะคะ  นิ่มเชียว
พอเลยสี่แยกถนนตก....
 
มันเกิดคิดถึงพ่อมันค่ะ  ห่าน
มันขับเลนของมันไม่พอใจ  ก็เริ่มระรานเลนข้างเคียง  ซึ่งเด็ก6เดือนอึติดตูดมันก็รู้ค่ะว่ามันอันตรายชิบหอย  


มึงกำลังขับปะทะรถที่วิ่งสวนมา!

อันนี้มันคงตั้งใจพิสูจน์ทฤษฎีว่ะ  ความรู้กลศาสตร์ฟิสิกส์ที่คืนอาจารย์จนเหลือแค่นี้  ความเร็วที่สวนทาง  จะเกิดความเร็วลัพธ์ Vรวม = V1 + V2 


อย่างนั้นเลย  โห แบบตอนนั้นสติเรายังครบถ้วนตลอดตลอดตลอดตลอด  โอย มึงงงงงงง ข้างหน้าๆๆๆๆ รถ8บาทสาย163กำลังวิ่งม๊าาาาาาา  ความเร็วคาดเดาไม่ต่ำกว่า 60 km/hr !!!
ของรถคันนี้ไม่ต่ำกว่า 90 km/hr (มันคงคิดถึงแม่ด้วยแล้วล่ะ.... )

รวมกัน 60 + 90 = 150 km/hr (เร็วขนาดนี้เมียคงออกลูกคามือหมออยู่)

ปะทะกันนี่  คงเหลือแต่ล้ออะไหล่ไว้ดูต่างหน้าค่ะ...


ตอนนั้นแบบความทรงจำมันไหลมาเหมือนโดนเคียวยมฑูตของกะเทยแดงเลยอ่ะ  พ่อ แม่ ลูก(??) เพื่อน ทุกคน คุณฮิ โกคุ ....

 


อีก 5 เซนติเมตร
จะเกิดอุบัติเหตุครั้งยิ่งใหญ่ในย่านเจริญกรุง  90  เด็กสาวมจธ. ตกใจตับแตกตายคาเบาะหลังคนขับ...


และ 3 เซนติเมตร  วินาทีวิกฤติ
และ 2.5 เซนติเมตร  เกิดผีผลัก!
...พวงมาลัย  กลับเข้าสู่วงจรลู่วิ่งที่ควรจะอยู่

กูกลัวนะ!  ห่านเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  คิดถึงพ่อก็ไม่ต้องรีบ!  พ่อแกไม่ใช่พ่อฉัน ไม่ต้องพาไปหา กูไม่ต้องการ!!!


ผีบ้าของโชเฟอร์ผ่านไป


มาดูอีกเคสค่ะ  ผีบ้าของกระเป๋า...

แม่งน่ากลัวโคตร
ตอนนั้นนั่งอิสีเขียวอีกแล้ว!  ไม่เข็ดหรอก - -" มันช่วยไม่ด้าย  มันรีบง่า

การนั่งสีเขียวมีประโยชน์ตอนชั่วโมงเร่งด่วนมากๆๆๆๆๆๆโอนลี่  หากยังชิวและไม่ห่วงกาลเวลา  ก็นั่งรถใหญ่เถอะ  อย่างน้อยก็ได้อ่านโฆษณาน้องปอยขายมือถือบนรถนะ 555


นั่งจนถึงแถวๆ ถนนตกค่ะ
แล้วมันก็รวมๆกับอาการผีบ้าของโชเฟอร์  ที่มันก็คงคิดถึงพ่ออีกแล้ว  กตัญญูแท้... วันนึงมันไปกลับหาพ่อกี่เที่ยวแล้วไม่รู้

เลยไปชนท้ายกับสีเขียวสาย1เข้า

เวร 


ก็นะ  รอกระเป๋าไปคุยกับกระเป๋าของสาย1  ไม่ได้รีบ  ไม่ได้อยากไปช่วยไกล่เกลี่ย  ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว รอได้ หนูรอด้าย


หนูรอได้จริงๆ....

รอได้นะ....


แล้วทำไม.....


ทำไม๊!!!!

 


ทำไมพี่ต้องชักมีดสปาต้าไปคุยด้วยล่ะวะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!


อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เจไดถอยห่าง  ผู้พิทักษ์มีเกร็ง  เมื่อเห็นมันเสกกระบอกเก็บตังผู้โดยสารเป็นมีด สปา  ต้าาาาาาาาาาาาาา

โว้ยยยยย

กูบอกว่า

 


กูรอได้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 


แล้วมันก็เอาอิมีดนั่นชี้หน้ากระเป๋าสาย1ค่ะ!!  โอย  อิฝั่งนั้นก็ยังกล้าต่อปากต่อคำไม่ยี่หระว่ะ!
ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา  ไม่เห็นสปาต้าไม่เห็นเลือดนอง...

อา 

เลือดไม่นองค่ะวันนั้น  เราไม่เห็น ไม่รับรู้  เราเผ่นตั้งแต่มันเสกกระบอกเก็บตังเป็นมีดแล้ว...
อืม  เราก็คงคิดถึงพ่อแม่เหมือนกัน  เลยรีบไป  ชักรอไม่ได้...   

 


2. ปวดตับกับอาการ ซากเต่าเน่าตาย7ชั่วโคตร
เอิ่ม  อาการนี้จะเป็นกับผู้โดยสารด้วยกันค่ะ  อารมณ์ว่า

คงเป็นพรีเซนเตอร์  น้ำยาดับกลิ่นจั๊กแร้หมดอายุ

รึไม่ก็ใต้วงแขนเกิดอาการบูดเน่าภายในจากเหงื่อไคลใดๆก็ว่าไป
โห

ยิ่งชั่วโมงเร่งด่วน  แต่ว่าตอนเช้าก่อนไปเรียนไปทำงานนี่ยังไม่ว่าหรอกค่ะ  เพราะมันเพิ่งออกจากบ้านใช่ัม้ยคะ อ่า มันยังหอมอยู่  เพิ่งแบบปะแป้งแปะน้ำอบ บลาบลา ตอแหลกลิ่นตัวอะไรก็ว่าไป
แต่ตอนขากลับ... มันหมดฤทธิ์ว่ะค่ะ 

และรวมกันผู้ที่มั่นใจ!  ไม่ทา อะ ไร เลยยยยยยยยย เเละคงมีแต่คนเกรงใจค่ะ  ไม่กล้าบอก  ว่ามัน(เหม็น)เปรี้ยวแค่ไหน

ชั่วโมงเร่งด่วน  รถแน่น แลัวไง  ที่นั่งเต็มสิ  แล้วไง  ก็ยืนไง  ใช่!!!  ยืนนนนนน ยืนแล้วไง  แล้วงายยยย

ก็จะอวดวงแขนขนจั๊กแร้แพลมๆ เอื้อมฟ้าไปจับราวสูงๆ


...

ไม่ได้โม้ค่ะ  เราเจอมากะตัว
มัน.....  จะตายเอาค่ะ  ตอนนั้นไม่รู้สึกตัวมาก่อน  อธิบายเดี๋ยวจะหาว่าเว่อ  เอาเป็นว่ามันเหม็นมากค่ะ

ประมาณว่าขมคอ... เราต้องหันไปอีกทางแล้วหายใจออก"ฟืด"แรงมากๆ  จนคนข้างๆเรายังผวาในพฤติกรรมเรา  ว่าอินี่แม่งเป็นไรวะจมูกบานพ่นลมพรืดออกมา
ทรมานมากกกกกกกกกกกกกก

ต้องงัดไม้ตายสุดท้าย  คือขยี้จมูกแล้วมองด้วยหางตาเค้าคนนั้นค่ะ

ตามบทแล้วก็น่าจะเข้าใจความหมายหน่อยนะ SOS น่ะ  " ฉัน  เหม็น  มาก หุบ แขน หน่อย ค่ะ"


แต่มันผิดสคริปต์อ่ะ  นอกบท

มันคงอ่านเป็น  " คัด จมูก บ้าง มั้ย ฝุ่น เยอะ เนาะ "


มันก็เหมือนจะส่ายหน้ายิ้ม ....

ขอบใจ  ที่ไม่เข้าใจกูนะ....


.... อยากอัดกลิ่นมันส่งไปกลาโหมทำระเบิดสลายม็อบมากค่ะ

 


3.ปวดตับอาการน้ำใจในกรุง

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อันนี้เจอปวดตับมาทั้งเป็นผู้มอบน้ำใจและผู้หาน้ำใจเลยค่ะ

ขอเริ่มที่หาน้ำใจก่อน

แบบว่าเราเรียนสาขาวิชาที่มันต้องใช้โน็ตบุคมาทำงานทำการบ้านห่าเหวค่ะ
ก็เลยต้องแบกมันมาเป็นภาระชีวิต   ภาระแห่งชีวิตร่วมๆแล้วก็ประมาณ 4 กิโลกว่าๆ (บวกหนังสือด้วย)

เกือบเท่าข้าวสารกระสอบนึง

ทุกๆวันก็จะแบกข้าวสาร เอ้ย โน้ตบุคขึ้นรถเมล์ค่ะ  และเวลาขึ้นรถฟรีจากภาษีประชาชนแล้ว
คนก็จะเต็ม เยอะ และบุคคลในข้อสอง(ฮา)

เราก็เดินตุ้ยนุ้ยถือกระเป๋าเขกหัวเข่าคนโน้นคนนี้ (ขอโทษค่าาาา)  แล้วก็เดินหาที่จับตรงพนักเก้าอี้

เราก็แอบทำเป็นกระเป๋ามันหนักมากกกกก  ช่วยหนูล่วย
แบบเดินหิ้วแล้วขยับ  เด้งมันบ่อยๆ  เปลี่ยนมือบ่อยๆอ่ะ ฮา คือเมื่อยนะ มันหนักอ่ะ อะไรแบบนั้น (ดูเลวเนาะ)  

แล้วเจ๊ที่นั่งตรงกับเรา  ก็หันมามองค่ะ  ชายตามอง  เราก็ แล่วๆๆๆ คนมีน้ามจายยยย มองแบบนี้ต้องมีประโยคคำถามนี้แน่
"น้องคะ ช่วยถือกระเป๋ามั้ยคะ?"

กรี๊ด  กำลังจะเตรียมคำว่า"ขอบคุณค่ะ"ที่เสียงไพเราะที่สุดไว้ให้  แล้วก็ดูพี่ก็ไม่มีอะไรวางบนตักนะ  อืม  ไม่เกะกะพี่เค้าด้วย  ไม่งั้นก็เกรงใจ


เค้าก็มองเรา

 

แล้วก็

 

 

 

 


หันไปมองวิว.... นอกหน้าต่าง

 


...

 

ค่ะ... 

ไม่เป็นไร  ถือได้  ถือไหว  มีมือถือ  ก็ถือไปสิ  ไม่ไหวก็วางบนพื้นสิคะ  ไม่เห็นต้องมาเขย่าๆขอความช่วยเหลือ  มองวิวไปเถอะ สบายตากว่ามองเราเย้อ


ซักพักพี่คนข้างหน้าเจ๊คนนั้นก็เห็นพอดีค่ะ  ก็เลยช่วยถือ  คำพูดไพเราะที่สุดในชีวิตส่งให้พี่คนนั้นค่ะ


มาที่มอบน้ำใจ
เราก็เข้าใจนะ  ว่าขึ้นรถเมล์แล้วถือของในมือ  มันทุลักทุเลแค่ไหนอ่ะ

ก็เลยจะช่วยจ้ะ  มาๆ เอามาให้เราถือ มาๆจะได้สบายขึ้น

ตอนนั้นนั่งแถวหลังสุด  กลางๆเบาะ  ก็จะมีโอกาสได้แสดงน้ำใจมากกว่าคนที่นั่งติดหน้าต่างใช่มั้ยคะ
ก็มีเจ๊คนนึงถือกระเป๋า2ใบ  ท่าทางยุ่งๆ อีกมือก็ถือโทรศัพท์  เราก็คอยจับข้อมือเค้านะ เห็นว่าเสียหลักตอนรถออกตัว

เจ๊ก็เห็น แล้วก็คุยโทรศัพท์ต่อ

 

อ่ะ  ไม่เป็นไร  เค้าธุระ ไม่สะดวกพูด

 

จนเค้าคุยเสร็จ  ก็เหมือนอารมณ์เน่ามาจากปลายสาย  แล้วเราคงเข้าไปผิดจังหวะ  ไปมอบน้ำใจผิดเทค

"ช่วยถือนะคะ"  แล้วก็แตะๆไปที่กระเป๋าเค้า

 


บทที่เราได้รับ  ก็คือ! 

 

 

 

"ไม่ต้อง!!!"


และท่วงท่าแววตาน้ำเสียง  ชัดเลยค่ะ  เหมือนเป้ยปานวาดตอนเล่นเรื่องอะไรวะ นางฟ้าๆ  แต่สวยไม่เทียบเท่า


"(กู)ขอโทษค่ะ"
เราเหวอว่ะ  เป็นใครก็เหวอล่ะ  ไรวะ  คือจะช่วยถือ  ไม่ได้จะปล้น!  หอยหลอด


ถึงจะผิดจังหวะยังไง มันก็ไม่น่าเล่นบทบาทเรียกร้องรางวัลนักเเสดงยอดเยี่ยมค่ะ  คนมอบมันเสียความรู้สึก
งั้นเจ๊ก็คุยธุระเจ๊ไปเหอะ  กลิ้งไปกองหน้ารถจะฮาให้  งอล

 


4. ปวดตับ กริ่งไม่กริ๊งงงงงง

อันนี้ไม่เท่าไหร่  น้อยค่ะ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าน้อยจนนานๆเจอ  เราสิ  ทำไมเจอถี่วะ

ตอนนั้นนั่งจะไปลงหลังมหาลัย  ก็เดินกดกริ่งตรงประมาณครึ่งรถค่ะ  มีกริ่งย่อยๆแปะๆตามตัวรถ  ใช่มั้ยเอ่ย?

ก็กด


... เงียบ ...


เราก็เอ้ยๆๆๆๆ เดี๋ยว!


เกือบถึงแล้ว! 


เดินเกาะๆไป  จะกดอีกอัน ถัดมาอีก 2 หน้าต่าง


... เงียบ ....


เอ้ย!  เลยป้ายๆๆๆ  ว้ากกกก  ป้ายนึงแล้วววว โอ๊ยยยย ห่านเอ๊ยยยยยยยยย


อันนี้ล่ะ ดังแน่แก๊!!!!  ตรงประตูแล้ว ตรงประตู๊!!!! 


โชะ !

 

... ..........


กว่าโชเฟอร์จะรู้ตัวว่ามีคน"อยาก"จะลง  ก็เลยมา 4 ป้ายแล้ว 
เกือบเลยสวนธน  หอยหลอดมากกกกก  เดินลากสังขารกลับมหาลัย  ไปสายอีก

ฮึ่ย! 

ไอ้ปุ่มตรงประตูใช่ว่าแม่งดังนะ  มันจอดเพราะเราแหกปากค่ะ

 

นั่นสิ... ทำไมเราไม่ตะโกนแต่แรกเนาะ  บ้าจริง  โง่ขิงๆ
กดกริ่งเค้าอยากให้ออกกำลังกาย  แบบเลยซักป้าย2ป้ายอะไรแบบนั้น  ตามนโยบายของสามสอเสือ(สสส.)

 

 

5. ปวดตับมากกกก  โบกแล้วชิ่ง

อันนี้เชื่อว่าปวดไตกันหลายคนเลยทีเดียว
โบกแล้วชิ่ง

แบบว่าโชเฟอร์มองเห็นผู้อยากจะโดยสารไกลมากกกกกก  โบกระยะประชิดแล้วมันไม่เห็นว่ะ

มันก็ไม่ประชิดขนาดจะจูบกันชนมันนะเว้ย
คือโบกแล้วต้องเห็นสิ!  ถ้าไม่ได้เป็นสายตายาวไปแม่ฮ่องสอน  ก็ต้องเห็นสิวะ! 


เราเป็นคนโบกเผื่อระยะมากเลยนะ  แบบเห็นแล้วจอดแน่นอน แน่ยืน แน่ใจ
แต่มันเหมือนไม่เชื่อมือเราอ่ะ  คิดว่าเราปัดแมลงวันมั้ง

อาการนี้ไม่เจ็บใจเท่าเผื่อใจไว้ก่อน  คือเห็นสีเขียวผ่านมาในชีวิตแล้วไม่ขึ้น  จะขึ้นรถฟรีอะไรแบบนั้น

เราก็เป็นคนแบบนี้ล่ะ  ชอบเผื่อใจ (อร๊าย)


สีเขียว แอร์ และอื่นๆ ผ่านไปร่วม10กว่าคัน  ไม่ยอมขึ้น  หยิ่งในศักดิ์ศรีงกงี่เง่าของตัวเอง  อัตตามันจะสูงมากค่ะ


กูจะขึ้นฟรี!


เสียเวลาไปร่วมๆ เกือบครึ่งชั่วโมงมั้ง(เห็นมะ อัตตามันสูง!)  รอจนเห็น  เห็นแล้ว!

ป้ายสีฟ้ารำไรๆ  มีฟ้อนสีขาวๆ และสำนวนแห่งชีวิตประจำวัน "รถเมล์ฟรีจากภาษีของประชาชน"


อร๊างส์ 


มา  แล้ว  โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย 
แหม่!  30 นาทีของกู! (มันคุ้มสำหรับคนแบบนี้ในตอนนั้นค่ะ อัตตา  มันคืออัตตา!!)


โบกตามหลักสูตรการกะระยะ  จอดแน่ๆ จอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โบกแบบนี้แล้วเหมือนมีคาถาเสกตีนโชเฟอร์ไปเหยียบเบรก  หรือมีตะปูเรือใบวางให้หยุด


แต่มันเหมือนมียันต์คุ้มภัย

 

มันผ่านทะลุ  ฟ้าวววววววววววววววววววววววววววววววววววว 

 


คนรอมาเยี่ยง 30 นาทีถึงกับ  ช็อกกุ


มันไม่ได้เขียนว่าเข้าอู่...  และมีผู้โดยสารหยิบมือในรถด้วย! 
ทำไม  ไม่จอดรับหนูล่ะ? 

แล้วก็ใช่ว่าจะมีรถฟรีตีตื้นมาอีกคันนะ  มันไม่มี 

อารมณ์นางเอกเกาหลีขึ้น  กรี๊ด!  คนบร้า  เค้าอุตส่าห์รอ  ทำไมทำกะเค้าอย่างงี้


แล้วยิ่งชั่วโมงเร่งด่วน  อยากขึ้นแต่มันไม่ผ่านมาหา  เวลาไม่อยากขึ้น  มันมาประชด  3-5 คันติดๆกัน

 


ถอดพวงมาลัยมาต่อยกันเลยมั้ย?    

 


++++++++++++++++++++++

5 อาการปวดตับของจขบ.ค่ะ 

เจอเหมือนกันมั้ย?  รึว่า  มันเชี่ยกว่านี้ ฮา
จริงๆมีอีกเยอะกว่านี้มากมาย  แต่ว่าไม่ไหวแล้ว เล่าไม่หมด  ยาวม๊ากกกก

อ่านจนจบ  ขอบคุณมากจ้าาาา  ม๊วฟม๊วฟม๊วฟ


สเปเชี่ยววว แทงยู
ศัพท์ "ปวดตับ" ของคุณวิชัยค่ะ  ใช้คำนี้แล้วมันร้าวราน เจ็บ แบบมันใช่เลย อาการนี้จริงๆค่ะ  ยืมใช้นะคะ ^^


วันเสาร์ไปคอมมาร์ทจ้าาาาาา

 

Comment

Comment:

Tweet

ไอรถเมล์เขียวเนี่ย
เจอจน(เกือบ)ทำใจได้แล้ว
มันคิดกันว่ากำลังอยู่ในหนังเรื่องโตเกียวดริฟ
ขับได้แบบนรกแตกมากก sad smile

Hot! Hot! Hot!

#12 By Janeiiz__,, on 2009-07-04 23:20

มาช่วยกด ฮอท ลืมๆๆ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#11 By ※ Rokang ※ on 2009-07-04 22:55

อิเขียวมันก็ทำหนูเกือบนำลายฟูมปากคาเบาะไปเลยค่ะ

ไม่เข็ดด้วยน่ะ ตายเป็นตาย ตูไปโรงเรียนไม่ทัน

นำใจก็นั่งแล้วจะเดินไปกด แล้วตัวกับเซๆๆๆแล้วก็ปลิวไปอยู่ข้างหลังมีเทพบุตรรับไว้ด้วยล่ะ อร๊างงงง หน้าเกือบแตกแนะ

เค้าให้น่ะตั๊ว มันถูกใจมั่กๆ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#10 By on 2009-07-04 22:45

เคยแบบว่ารอตรงป้ายจอดรถเลยป้าย
ไม่ได้ตรงไปจอดตรงป้ายค่ะ
ปวดตับจริงๆด้วยconfused smile
ฮามากๆเกิดอาการคิดถึงพ่อ กร๊ากกก

#9 By Karn~ Nav on 2009-07-04 16:08

ช่วงฝึกงานก็เจออาการปวดตับตอนเลิกงานแบบนี้เช่นกันจ้า แบบว่านอยสุดๆ sad smile

#8 By Natchan on 2009-07-04 15:37

555555+

เจอทุกข้อเหมือนกันค่ะ

แต่ไอ้...ที่จะช่วยถือแต่มันพูดจาไร้เยื่อใยแบบนั้นไม่เคยเจอนะ - -*

ชอบๆ ด่าสะใจไงไม่รู้พี่กั๊ม ฮ่าๆ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#7 By ImaHarI on 2009-07-04 14:42

ยาวสุดยอดค่ะ
แต่อ่านไปขำไป

ฟีลประมาณนี้ก็เคยเจอมาสมัยไปโรงเรียนแล้วต้องนั่งรถไปเองค่ะ
รถสีเขียวจะเป็นอะไรทีขึ้นทีไรแล้วต้องกร่นด่าตัวเองทีหลัง 'รู้อยุ่แล้วยังจะขึ้นอีก T{}T'
แต่แหม มันสายแล้วก็จำใจขึ้นแหละค่ะ

มีเจอทั้งทะเลาะกับรถใหญ่(สายเดียวกันแต่คนละค่าย) พยายามดริฟท์ คนขับเคยเป็นคนขับเครื่องบินรบ รถโค้งทีตัวลอย บลาๆ

โบกแล้วโดนทิ้งก็บ่อยค่ะ แทบจะร้องตะโกนด่าเป็นภาษาฮินดูอยู่กลางป้ายรถเมล์ เพราะยืนรอมาชั่วโมงครึ่ง = =;;;;

และถ้าเม้นท์ต่อ เกรงว่าเดี๋ยวจะยาวกว่านี้...
เอาเป็นว่า...
นี่แหละค่ะ ประเทศไทย T{}Tb

#6 By YammY on 2009-07-04 11:51

แก๊ ฮาอีกแล้ว จะเขียนฮาไปไหน ตับชั้นแลบออกมาหัวเราะแล้วนะย๊ะ กร๊ากกกกกก

เราก็เจอประจำกะไอ้รถกระป๋องเขียว แม่งขับได้ห่าเหวมาก แต่มันเร็วจริงๆน่ะแหละsad smile

ปอลอ.เดี๊ยนปลื้มเอนทรี่นี้โฮก Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By ดอกแอ้ © on 2009-07-04 10:07

ยาวมาก แต่อ่านแล้วฮาดี

ตกใจเรื่องที่ถือสปาตาร์ลงไปเคลียร์ แม๊ แนวมาก

เราเองก็นั่งสายหนึ่งบ่อย รถสายนี้บทจะเร็วก็โคตรนรก บทจะช้าก็อยากจะแล่นไปตบกบาลคนขับเลย คนขับและกระเป๋ามัยนี้(โดยเฉพาะรถร่วม) คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่หรือไง ทำกร่าง ไม่เห็นหัวผู้โดยสาร แย่มาก

เจอมาเหมือนครบทุกข้อเลยค่ะ ช่างเป็นวงจรอุบาศว์ดีแท้ เฮ่อ

#4 By kuwa[R]i... on 2009-07-04 07:45

เจอเหมือนกันหมดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

"ทำไมเธอทำกับชั้นอย่างงี้" *กัดผ้าเช็ดหน้า*

ไอ้สวนเลนก็เลยเจอ.......ฟัคกิ้งชิตสุดๆ

เคยนั่งเจ็ดห้าแล้วหลับ เสร็จแล้วโผล่มาบนสะพานไม่รู้จัก....
(น่าจะสะพานตากสินหรือกรุงเทพเนี่ย.....)
แล้วปิดไฟทั้งรถอีก (โฮก! สยองแต้)

ไอ้ที่เพื่อนเราเจอก็มีแถวนาหลวงมั้ง
แต่อันนั้นผู้โดยสารตีกัน......พี่แกชักมีดออก
แล้วก็หาเรื่องกัน.....พอมีคนทำท่าจะลงจากรถ
พี่แกก็ตะโกนว่า "ผู้โดยสารไม่ต้องลง!! นั่งไป!!"

............หัวหดหมดทั้งคันรถแล้ว!

ปล. ชั้นได้นั่งเจ็ดห้าแอร์แล้ว! มันช่างเย็นฉ่ำ!

#3 By ※ Rokang ※ on 2009-07-04 02:53

ทุกข้อที่เขียนมา

เราเองก็เจอหมดทุกข้อ

อ๊าคคคคคคคคคคคคคคค

รถโดยสารประเทศไทย

ซิ่งหาบรรพบุรุษมันเลย!! <<<< ชอบมากกกก
มันยาว
ม๊ากกกกกกก